วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) ที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดงาน “เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค“ พร้อมทั้งมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 500 คน โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เข้าร่วมด้วย



บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความคึกคัก ทางด้านนายจุลพันธ์ได้กล่าวว่า เขามั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่นำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พวกเขาจะต่อสู้กับพลังที่ฉุดรั้งประเทศให้ถดถอย อาทิ ความขัดแย้งทางการเมือง, ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล และปัญหานิติรัฐนิติธรรม เพื่อก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ พรรคเพื่อไทยขอเสนอตัวเป็นพลังร่วมกับพี่น้องประชาชนในการขับเคลื่อนไปข้างหน้าผ่าน 3 เสาหลักในการออกแบบนโยบาย ได้แก่ เสาเศรษฐกิจ, เสาด้านความมั่นคง และเสาของนิติรัฐนิติธรรม







โดยในช่วงหนึ่ง นายจุลพันธ์ได้กล่าวว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยเสนอในวันนี้ไม่ใช่คำสัญญา แต่คือความพร้อมของพวกเราที่จะลงมือทำ พรรคเพื่อไทยมีทั้งคนรุ่นเก๋า มีคนรุ่นใหม่ ผ่านบทเรียนที่เจ็บปวด และผ่านความภาคภูมิใจ พวกเขามีความหลากหลาย แต่จิตวิญญาณของทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะพาประเทศให้หลุดพ้นจากความยากจน หลายคนพยายามวาดปีศาจให้คนกลัว แต่พวกเขาจะไม่ละเลยปัญหาโครงสร้าง จะไม่ละเลยการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน จงอย่ากลัวการพัฒนา มีแต่พวกเขาที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเขาคือพรรคเพื่อไทย มีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้
ขณะเดียวกันด้านนายสุริยะได้กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เลือกแค่คน แต่เลือกทิศทางประเทศ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย และในฐานะคนทำงานการเมืองมากว่า 25 ปี วันนี้เขามายืนยันกับพี่น้องอย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยพร้อมมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยทำการเลือกตั้งมา ในครั้งนี้มีการวางระบบการทำงานไว้ครบทุกด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของผู้สมัคร อบรมกันอย่างจริงจัง ทั้งการทำงานในพื้นที่ การสร้างทีมงานประจำเขต และการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้สมัครทำงานได้จริงตั้งแต่วันแรก ในทุกวันที่ลงพื้นที่จะต้องมี DNA ของพรรคเพื่อไทยติดตัวไปตลอด




ในช่วงหนึ่งนายสุริยะได้กล่าวว่า เขาอยากย้ำเรื่องที่สำคัญมากคือ ความรัดกุมทางด้านกฎหมายเลือกตั้ง พวกเขารู้ดีว่าสนามเลือกตั้งจะมีการจ้องจับผิดพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเพราะคิดว่าพรรคนี้จะมาที่ 1 จึงต้องพยายามที่ทำให้เสียจังหวะ แต่พรรคเพื่อไทยไม่กลัว เพราะทำงานบนกติกา มีทีมกฎหมายคอยดูแล ตรวจทาน และพร้อมต่อการตรวจสอบ เขาขอส่งกำลังใจให้กับทีมงานและผู้สมัครทุกคน เขาเชื่อว่าการทำงานหนักไม่เคยทำร้ายใครในการเมือง
ด้านนายยศชนัน แคนดิเดตเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวว่า ภาพวันนี้ทำให้เขานึกถึงเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาได้รับโอกาสจากพรรคเพื่อไทยให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา จากวันนั้นจนถึงวันนี้อุดมการณ์ของพวกเขาไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน





นายยศชนันกล่าวต่อว่า 45 วันหลังจากนี้ พรรคอื่น ๆ อาจจะมองว่าเป็นการเลือกตั้งและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ แต่พวกเราต้องอดทน 8 กุมภาพันธ์สำหรับพวกเราไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่คือวันแห่งความหวังของประชาชน เพื่อเป็นการวางรากฐานของประเทศไทยให้คนจนรวยขึ้น และคนรวยก็ไม่ต้องจนลง เพื่อไทยทำได้ โดยในวันนี้มีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ, ภูมิรัฐศาสตร์, โลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่พรรคต้องทำขออนุญาตสรุปสั้น ๆ จากนโยบายของพรรคเป็น 4 เรื่องหลัก
ข้อที่ 1 การที่จะเคลื่อนพีระมิดไปข้างหน้าได้ต้องเริ่มจากฐาน การรดน้ำต้องรดที่รากไม่ใช่ที่ใบ ซึ่งเรื่องนี้หลายคนเข้าใจผิดว่าพรรคเพื่อไทยทำเรื่องของประชานิยม แต่ไม่ใช่ สิ่งสำคัญที่สุด DNA ของพรรคต้องแก้ปัญหาที่สาเหตุ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพื่อคนจนและคนรากหญ้า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายคนไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลดหนี้ พร้อมกับลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เพื่อให้เขาไม่ต้องกลับมาเป็นหนี้อีกครั้ง
ข้อที่ 2 พรรคมีความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทุกรูปแบบ อาทิ การทำเครื่องจักรเครื่องยนต์ให้เข้ากับ AI ได้, การนำ AI เข้ามาช่วยการทำงานของตำรวจ เป็นต้น สำหรับข้อที่ 3 คือ การสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เข้ามา และข้อที่ 4 เป็นเรื่องหน้าที่ของภาครัฐ การสร้างความเชื่อมั่นและการสร้างคน สำหรับการสร้างความเชื่อมั่น อธิปไตยคือสิ่งสำคัญที่สุด เรื่องของหลักนิติธรรม ยาเสพติดไม่จบไม่เลิก คอร์รัปชันไม่จบไม่เลิก สแกมเมอร์ไม่จบไม่เลิก
นายยศชนันได้กล่าวต่ออีกว่า นอกจากเรื่องพวกนี้ยังคงมีเรื่องของคน, เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน, เรื่องสวัสดิการ และเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุกคนเชื่อมั่นได้เลยว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยจะทำได้แน่นอนเพราะพวกเขาไม่ได้เดินเพียงลำพัง มีพี่น้องไทยรักไทยกลับมา วันนี้มีพี่น้องพรรคเพื่อไทยที่มากประสบการณ์ยังอยู่กับพรรค และยังมีสายเลือดใหม่ของพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
