หลังจากที่ ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตัดสินใจยุบสภา ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งหน้าขยับขึ้นมาเป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 (เดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน) สิ่งนี้ทำให้การเมืองไทยกลับมาครึกครื้น หลายพรรคมีการเคลื่อนไหว และหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่สำคัญก็คือ การที่อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาอย่าง ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ นำทัพ สส. ย้ายเข้าซบ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ขณะเดียวกันในวันนี้ (16 ธันวาคม 2568) ทางฝั่ง ‘พรรคเพื่อไทย’ ก็ได้มีการเปิดตัว 3 แคนดิเดตที่จะลงสนามสู้ในศึกการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้ง 3 รายชื่อ ประกอบไปด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจพูดได้ว่านี่คือคน 3 คนจาก 2 เจนที่มีความถนัดแต่ละสายงานแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านคมนาคม และด้านวิชาการ แน่นอนว่าคนที่ถูกจับตามองมากที่สุดก็คงจะเป็น ‘นายยศชนัน’ หรือ ‘ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน’ เพราะแม้จะดูสดใหม่ในแวดวงการเมือง แต่ก็มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และมีผลงานที่ค่อนข้างน่าสนใจ
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นบุตรชายคนโตของ ‘นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์’ อดีตนายกฯ และ ‘นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์’ น้องสาวของ ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จาก University of Texas at Arlington สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังทำดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับการใช้สัญญาณในสมองเพื่อช่วยเหลือผู้พิการอีกด้วย นายยศชนันดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติ และดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกิจจัดทำร่างข้อเสนอแนะของยูเนสโก ว่าด้วยจริยธรรมของเทคโนโลยีประสาท, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและบุคคล ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านนวัตกรรมดิจิทัล ในคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นต้น
สำหรับเส้นทางทางการเมือง ในปี 2557 นายยศชนันเคยชนะการเลือกตั้ง สส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความวุ่นวาย กลุ่ม กปปส. ได้ออกมาขับไล่รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ส่งผลให้ในเวลาต่อมา ‘คณะรักษาความสงบแห่งชาติ’ หรือ ‘คสช.’ ได้ออกมาทำรัฐประหาร ส่งผลให้ไม่สามารถประกาศเป็น สส. ได้ และก่อนที่ศึกการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมาถึง ชื่อของนายยศชนันก็ได้ปรากฏต่อสาธารณะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย โดยนายยศชนันได้แสดงวิสัยทัศน์เอาไว้ว่า “พรรคเพื่อไทยจะวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูงให้ได้”
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
สำหรับอีกหนึ่งแคนดิเดตก็เป็นบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่กับพรรคการเมืองสายสีแดงมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ ‘นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบัน ซึ่งนายจุลพันธ์เป็นบุตรชายของ ‘นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์’ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์เคยดำรงตำแหน่ง สส. เชียงใหม่ 5 สมัย และเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในยุครัฐบาลของ ‘นายเศรษฐา ทวีสิน’ ต่อเนื่องมาจนถึงยุครัฐบาล ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ ๆ อาทิ อดีตประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน, กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และกรรมาธิการงบประมาณ เป็นต้น
สำหรับการกระโดดเข้ามาในสังเวียนการเมือง ในปี 2548 เขาได้รับเลือกให้เป็น สส. เชียงใหม่สมัยแรก ภายใต้สังกัดพรรคไทยรักไทย และภายหลังจากที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ นายจุลพันธ์ก็ได้โยกย้ายตามมาที่พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยตามลำดับ โดยในยุครัฐบาลของ ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายจุลพันธ์มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และ พ.ร.ก.กู้เงินโควิด เพราะเขามองว่านี่เป็นการจัดสรรงบประมาณแบบรัฐราชการรวมศูนย์ โดยเขาจะมุ่งเน้นไปที่ ‘งบกลาง’ ซึ่งเป็นงบที่ตรวจสอบยากและอยู่ในมือของนายกฯ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เซ่นปมคลิปเสียงเจรจากับสมเด็จฮุน เซน ในเวลาต่อมานางสาวแพทองธารก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และคนที่เข้ามารับไม้ต่อก็คือนายจุลพันธ์ โดยเขาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนน 354 เสียง
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
แคนดิเดตอีกหนึ่งคนก็คือ ‘นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายสุริยะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองอีกมากมาย อาทิ รองนายกฯ, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นต้น
เส้นทางทางการเมืองของนายสุริยะเริ่มต้นขึ้นในปี 2541 ในตอนนั้นเขาได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้สังกัดพรรคกิจสังคม ในยุคของรัฐบาล ‘ชวน หลีกภัย’ ต่อมาในปี 2544 เขาได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทยที่มีนายทักษิณ ชินวัตร นั่งเป็นหัวหน้าพรรค ในยุคของรัฐบาลทักษิณ นายสุริยะได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ก็เพราะต้องการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้เป็นองค์กรหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ
ภายหลังจากที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ในปี 2550 นายสุริยะได้ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย และในยุคของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ สุริยะได้ก่อตั้ง ‘กลุ่มสามมิตร’ ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และในการเลือกตั้งรอบล่าสุด นายสุริยะก็ได้ตัดสินใจกลับเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในยุคของนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมาจนถึงยุคของแพทองธาร ชินวัตร ผลงานที่โดดเด่นของนายสุริยะก็คือ การผลักดันนโยบาย 20 บาทตลอดสาย แต่แม้จะมีการแก้กฎหมายเพื่อรองรับโครงการแล้ว แต่ด้วยบริบทการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้หยุดชะงักไป อย่างไรก็ตามในการแสดงวิสัยทัศน์ นายสุริยะได้ระบุว่า “ถ้าเรามีความจริงจัง ทุ่มเท และใส่ใจกับโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้น”

