ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

All About PHUWIN

“ผมเป็นคนสบาย ๆ เป็นคนที่ค่อนข้างชิล ไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ร้าย หรือเป็นคนที่อารมณ์สวิงแต่ว่าในความชิลนั้นก็จะเป็นคนจริงจังกับการทำงาน งานคืองาน ส่วนเล่นคือเล่นครับ เวลาว่างคือ เล่นดนตรี 

ผมเป็นคนชอบดนตรี เล่นดนตรี แต่งเพลง แล้วเล่นไปเรื่อย ลองไปเรื่อยกับเครื่องดนตรีต่าง ๆ ถ้าเล่นได้จริง ๆ มีสองชิ้นครับ กีตาร์กับเปียโน แต่ว่าจะมีชิ้นอื่นได้เบสิค พวกกลอง พวกเบส 

ผมเป็นคนที่แปลกหน่อย ผมรู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่ได้มีไอดอลหรือไม่ได้มีศิลปินคนโปรดที่เรารู้สึกว่าเราชอบไลฟ์สไตล์หรือชอบอะไร เราเป็นคนเสพผลงานของคน ไม่ว่าจะเป็นผลงานการแสดง ผลงานเพลง หรือว่าผลงานของแต่ละสิ่งที่เขาทำออกมา แต่ละคนทำออกมาไม่ว่าจะเป็นของหรืออะไรก็ตาม ดังนั้นผมรู้สึกว่าผมจะแปลกหน่อย แต่ว่าผมรู้สึกว่าดีกับตัวเอง”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

“ผมเป็นคนชอบเที่ยว ชอบไปต่างประเทศ แต่ว่าช่วงหลังก็แอบอยากอยู่ไทย จริง ๆ แล้วอยากไปเที่ยวรอบโลก แล้วก็อยากอยู่กับธรรมชาติ คือเป็นคนชอบธรรมชาติ เป็นคนชอบอยู่กับความสงบของธรรมชาติชั่วคราวนะ คือถ้าให้ผมไปอยู่นาน ๆ คงไปอยู่ไม่ได้ แต่ผมชอบไปเยี่ยมชม อยากจะไปตามพวกสวนสาธารณะ พวกอุทยานแห่งชาติของหลาย ๆ ประเทศ มันทำให้สมองปลอดโปร่ง แล้วพอเราทำงานเพลง คือ ทำให้เราอยากจะมีเรื่องที่จะเล่า ไม่ว่าการ inspiration ต่าง ๆ ที่ได้ และเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องราวที่เราอยากจะเขียนลงไป อย่างศิลปินหลาย ๆ คนที่จะมีมุมแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือว่าจะเป็นอะไร แต่ของเราเป็นในรูปแบบของเพลง

ผมชอบอ่านหนังสือ แต่ช่วงนี้ไม่ได้อ่านแบบจริง ๆ จัง ๆ นานมากกกกก !!!! หลัง ๆ จะอ่านการ์ตูนออนไลน์ เพราะเวลาเราได้แค่นั้น การ์ตูนออนไลน์มันสั้น แล้วมาทีละตอน…ทีละตอน ได้อาทิตย์ละตอน อัปเดตได้ง่ายกับเรา”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

“ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นนักบินครับ”

“เราเที่ยวต่างประเทศบ่อย ด้วยความที่แม่เป็นแอร์ฯ เราเลยมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินบ่อย รู้สึกเหมือนผูกพันในเครื่องบินด้วย เพราะความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่แม่บอกว่า ‘ไม่ต้องเป็นหรอกนักบิน’ ตอนนั้นเราก็โดนช็อตมาก ๆ (หัวเราะ) เลยบอกแม่ว่า ‘เป็นอย่างอื่นก็ได้’ แต่พอไม่เป็นนักบินปุ๊บ ก็เลยไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร

ตอนอายุประมาณ 11 ขวบ มีโอกาสได้แคสโฆษณาครับ เป็นขนมยี่ห้อหนึ่ง พอได้ลองแคสโฆษณา โอกาสให้ไปแคสละครก็เริ่มเข้ามา ผมเลยมีโอกาสได้ไปรับบทเล็ก ๆ ในละครหลาย ๆ เรื่องอย่างเช่น ‘เลือดมังกร’ กับ ‘หนึ่งในทรวง’…”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

“เอาจริง ๆ ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยสำหรับการอยู่ในวงการ คือ ‘ประสบการณ์’ เพราะเป็นอะไรที่สอนไม่ได้จริง ๆ 

ถ้าพูดถึงงานการแสดง เราอยากจะสื่อว่าตัวละครนี้กำลังมีความสุข ไม่ว่าใครก็ตามที่มารับบทนี้คำว่ามีความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฟีลลิ่งที่คนดูได้ก็ไม่เหมือนกัน แต่ก็คือมีความสุขเหมือนกันใช่มั้ยครับ? 

ผมรู้สึกว่างานในวงการบันเทิงเป็นงานที่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง คือ เป็นงานที่ไม่ว่าตำราไหนจะสอนอะไรก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน ไม่เหมือนศาสตร์ของวิศวกรรม ไม่เหมือนศาสตร์ของอะไรก็ตามที่เป็นตรรกะ อย่างคณิตศาสตร์ที่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง ไม่ว่าใครจะคิดด้วยวิธีไหน คิดยังไง ‘หนึ่งบวกหนึ่งก็จะเท่ากับสอง’ แต่ว่างานในวงการ งานอาร์ต งานศิลปะ ผลลัพธ์เดียวกันสามารถทำได้เป็นล้านวิธี ซึ่งผมคิดว่านักแสดงแต่ละคน ศิลปินแต่ละคนที่ทำงานตรงนี้มีความยูนีคของตัวเอง”

เราถามภูวินต่อเรื่องบทบาทของการพากษ์เสียง Character ในเกม

“เกม Overwatch กำลังจะทำตัวละครไทยชื่อ Lifeweaver ในเกม ‘Overwatch 2’ และกำลังหานักพากย์ที่เป็นคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้ เขาเรียกเราให้ไปแคส เรารู้สึกว่า เราก็พอทำได้นะ ซึ่งจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ลองดู พอไปแล้วได้จริง ๆ เราดีใจมาก ๆ ครับ ต้องบอกในฐานะคนที่เล่นเกมคนหนึ่ง เราเล่นเกมนี้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ออกมา แล้วเราก็ไม่เคยคิดเลยจริง ๆ ว่าเราจะได้มาทำตรงนี้ 

หลังจากนั้นพอได้มาเล่นตัวละครนั้นจริง ๆ ในเกม ได้ฟังเสียงที่เราพากษ์ในเกม รู้สึกดี บอกกับตัวเองเลยว่า เจ๋งมากครับ ไม่เคยคิดมาก่อน”

Credit: YouTube PlayOverwatch
ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

เส้นทาง…ระหว่างทาง

“ถ้าวันนี้ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง ในวัย 21 ปีที่เรียนจบแล้วน่าจะกำลังหางานทำอยู่ ก็ตรงตามเลย คือ วิศวกรรม ผมเป็นคนชอบสายไอที เป็นคนชอบสิ่งของ เป็นคนชอบวัตถุ แล้วเราชอบศึกษาว่าสิ่งเหล่านี้มีการทำงานอย่างไร เราชอบศึกษาถึงกลไก ถึงข้างใน แล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นทางที่เหมาะที่สุด อันที่จริงอีกเรื่องที่ผมอยากทำ ก็คือเรื่องการเงินที่เคยวางแผนไว้ คือทำทั้งวิศวะและเรื่องการเงินด้วย ตอนแรกผมไม่ได้มองว่างานทางด้านการแสดงจะเป็นงานหลัก แล้วไม่เคยมองว่าการแสดงจะสามารถเป็นงานหลักของเราได้ จนกระทั่งมาถึงปีสองปีที่ผ่านมา ที่เราเริ่มมาโฟกัสตรงนี้มากขึ้นครับ

เราไม่สามารถที่จะทำทุกอย่างที่เราต้องการได้หรอก ยิ่งทำงานไปแล้วทำอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้นบางอย่างก็ต้องตัดทิ้ง วิธีที่ผมทำก็คือตั้งกับตัวเองไว้ก่อนว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา อันนั้นคือสิ่งที่เราจะเก็บไว้ แล้วอะไรคือสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด ณ ตอนนั้น อันนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่เราอาจจะต้องยอมตัดจากชีวิตเราในช่วงนั้น ซึ่งต้องทำอย่างนั้นจริง ๆ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่ได้อยากทิ้งสิ่งนั้นไป แต่ผลสุดท้าย ถ้าจะทำทุกอย่างก็ทำไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเลือก

ผมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เพราะเราไม่ยอมที่จะถอย แล้วเราก็ไม่ได้ยอมที่จะแพ้ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นคนเรา ถ้าเลือกที่จะทำแล้วคือต้องทำ แล้วเราก็จะลากตัวเองให้ถึงเส้นชัยให้ได้ เรารู้สึกว่า mindset นั้นช่วยเรามาก ๆ ในตอนนั้น ในหลาย ๆ ครั้งที่เรารู้สึกว่าเราจะล้ม หรือเราไม่ไหวแล้ว แต่เราก็จะลากตัวเองให้เราถึงเส้นชัยให้ได้”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

The Dictionary of Obscure Sorrows หนังสือแนะนำของภูวิน

“ผมเจอหนังสือเล่มนี้ใน TikTok จะขอบอกก่อนว่า TikTok นี่เปิดโลกให้ผมจริง  ๆ ทำให้เราได้ดูทั้งคอนเทนต์ที่ไวรัล คอนเทนต์ที่เราสนใจ และคอนเทนต์ที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะสนใจมาก่อน ผมเจอคอนเทนต์ที่เป็นแค่คำสองคำของหนังสือแล้วลองไปเสิร์ชหาดุว่าคำพวกนี้มาจากไหน เลยได้เจอต้นตอว่ามาจากหนังสือเล่มนี้ เลยมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ

หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนพจนานุกรมของนักเขียนที่แต่งขึ้นมาเองเพื่ออธิบายอารมณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีอยู่ในภาษาอังกฤษ อย่างเช่นภาษาไทยเราอาจจะมีคำว่าเศร้า มีคำว่าความสุข แต่ในระหว่างสองอารมณ์นี้ ยังมีอีกหลาย ๆ เลเยอร์ หลาย ๆ ความรู้สึกที่ภาษาเราไม่สามารถอธิบายออกมาได้ ดังนั้นนักเขียนคนนี้เขาก็สร้างคำขึ้นมาเพื่ออธิบายสิ่งนั้น ผมรู้สึกว่าหลายอย่างที่เขาเขียนและคิดออกมามัน amazing มาก แล้วยังเป็น inspiration ให้กับผมมากเลยในการแต่งเพลงด้วยครับ”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

Confidence is everything.

ผมรู้สึกว่าความมั่นใจจะทำให้คุณทำทุกอย่างได้บนโลก 
ไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณจะทำ 
แต่คือสิ่งที่คนอื่นมองเห็นด้วย

“บนโลกนี้ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่กล้าพอที่จะเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง กับสังคม กับคนอื่น ๆ คุณจะไม่มีทางที่จะออกมาจากกรอบของตัวเองได้เลย และไม่มีทางที่จะได้รับการยอมรับจากคนอื่น หรือจากสังคม ถ้าคุณไม่กล้าหาญพอ และไม่มีความมั่นใจพอในตัวเอง หรือมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำครับ

ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก แต่ถ้าไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นได้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำคืออะไร หรือให้คนอื่นเห็นว่าสิ่งที่คุณกำลังทำมันดีจริง ๆ คนอื่นก็จะไม่เห็นคุณค่าของมัน ผมรู้สึกว่าคือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยครับ เราเองก็เข้าใจมาก ๆ ว่า ‘มันยาก’ แต่ผมเชื่อว่า เราไม่ต้องมั่นใจจริง ๆ ก็ได้ ถึงแม้เราจะกลัวมากแค่ไหน แต่แค่แสดงออกว่าเรามีความมั่นใจ ผมว่าแค่นั้นก็ช่วยคุณมากแล้วครับ

ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนที่ค่อนข้างไม่มีความมั่นใจ แต่การที่เราทำอะไรบ่อย ๆ การที่เราอยู่กับสิ่งหนึ่งมาก ๆ มันจะเป็นสิ่งนั้นเอง ดังนั้น ผมถึงบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก แค่ลองดู แค่แสดงออกดูว่าเรามั่นใจ เดี๋ยวเราจะมั่นใจเองโดยที่ไม่รู้ตัวเลย เหมือนมีทฤษฎีที่บอกว่าทำอะไรให้ทำ 21 วัน พอทำ 21 วันเสร็จ จะกลายเป็นเรื่องปกติของเรา ผมว่าอันนี้ก็ไม่ต่างกันครับ”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

การทำเพลงครั้งแรกในชีวิต ‘วันเกิดเธอ (TO YOU)’ FOR YOU ALL

“เพลงนี้เกิดมาจากที่ว่า เราไปเจอประโยคหนึ่งใน TikTok นี่แหละ TikTok อีกแล้ว  (หัวเราะ) เป็นประโยคภาษาอังกฤษ คือ I whisper happy birthday to the stars ’cause it’s your day and it always be. ถ้าแปลเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือว่า ‘ขอบอก Happy Birthday กับดวงดาวแทนแล้วกัน เพราะวันนี้คือวันเกิดของเธอและเป็นวันของเธอเพียงผู้เดียว’ เป็นประโยคที่ลึกซึ้งมาก 

เพลงนี้ท่อนฮุคมาจากตรงนี้เลยครับ ด้วยความที่ว่า เราคงแค่บอกได้แต่กับดวงดาว ผมเลยมาคิดต่อว่า งั้นถ้าบอกกับดวงดาวได้ เราจะบอกกับดวงดาวว่าอะไร ซึ่งถ้าเป็นการอวยพรวันเกิดให้เขาในทุกปี คงจะเป็นอะไรดี ๆ ที่เราขอให้กับเขา เลยแต่งออกเป็น “ขอให้เธอโชคดี ไม่ว่าเจออะไรก็ขอให้เจอแต่สิ่งดี ๆ ในวันเกิดของทุกปี” แล้วนอกจากแมสเสจตรงนั้นต้องพูดถึงตัวเองด้วยว่า ที่มาของการที่ทำไมเราต้องอวยพรวันเกิดให้กับดวงดาว ทำไมถึงไม่ได้สามารถอวยพรมันเกิดต่อหน้าเขาได้แล้ว”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

“สิ่งที่สนุกของการทำงานเพลงสำหรับผม คือ ตอนทำเพลง ตอนที่กำลังโยนไอเดียกัน ผมเป็นคนชอบดนตรี แล้วผมว่าสนุกที่สุด คือ ตอนทำดนตรี เพราะว่าเรารู้สึกว่ามีไอเดียมีนู่นนี่นั่น คือ เราไม่ได้เก่งมากขนาดนั้นหรอก เราไม่ได้ใช้โปรแกรมเป็น ก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้อื่น แต่เรารู้สึกว่าเรามีไอเดียนะ เรามีสิ่งที่เราอยากใส่แล้วนำเสนอแล้วตอนนั้น

การทำงานเพลงสำหรับเพลงนี้เป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมากครับ ความยากที่สุดเป็นเรื่องของภาษา เราเป็นคนชอบเพลง ชอบดนตรี แต่ยังไม่ค่อยเก่งเรื่องภาษา แต่ผมจะค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ ขัดเกลาเพลงของผม ว่าด้วยเรื่องสไตล์ของเรา จะเป็นเพลงที่ค่อนข้างตรง เพราะว่าเราไม่ได้มีความสามารถใช้ภาษาที่สวยหรู แต่ว่าเราทำให้เป็นภาษาเพลง เล่าเรื่องในสิ่งที่เราอยากเล่า 

หลัก ๆ เลย คือ เราชอบภาษาไทย เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่สวยงาม เป็นภาษาที่ลึกซึ้ง มีความหมายหลายชั้น เราเลยรู้สึกว่าการที่เอามาสื่อสารในเพลงแบบนี้มันเวิร์ค เหตุผลทำไมคนไทยถึงฟังแต่เพลงอกหัก เพราะเหตุผลนี้นี่แหละครับ เพราะภาษาเราสวย ภาษาเราได้ใจความ แล้วได้ meaning ในระดับที่ลึก คนเลยชอบเพลงแบบนี้

ซิงเกิลนี้เป็นผลงานเพลงที่ผมทำเองกับมือตั้งแต่ศูนย์จนจบ พอมันทำเองตั้งแต่ศูนย์จนจบ แล้วเรารู้สึกว่าเป็นชิ้นงานหนึ่งที่คือตัวตนของเราจริง ๆ แล้วทำมาจากตัวเราจริง ๆ ดังนั้นเลยรู้สึกภูมิใจกับสิ่งนี้มาก ๆ ครับ”

วันเกิดเธอ (TO YOU) – PHUWIN 
BY RISER MUSIC

จาก ‘PHUWIN’ ถึง ‘WINNIE THE PHU’

รักมากเลยนะครับ 
ผมอาจจะได้เจอบ้าง อาจจะไม่ได้เจอบ้าง 
บางคนอาจจะไม่เคยได้เจอกันเลย 
แต่ว่าอยากให้รู้นะครับ 
ว่าผมขอบคุณมาก ๆ ที่ซัพพอร์ตผม 
แล้วก็…รักทุกคนมากเลยนะครับ ^_^

เราเจอกันบ่อย เรื่อย ๆ ตามงานตามอีเวนต์ครับ แล้วได้ Support จากเขา จากโซเชียลด้วย โมเมนต์ที่ดีที่สุดเวลาที่ผมเจอแฟนคลับ คือ การที่เจอต่อหน้า ผมจะรู้สึก amazing มาก ๆ เลยในทุกครั้งที่ไปอีเวนต์ หรือทุกครั้งที่ไปงานที่มีคนรวมกันเยอะ ๆ เราสามารถทำให้มีคนมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นร้อยคน สองร้อยคน พันคน สองพันคน สามพันคนได้ ผมว่าความรู้สึกตรงนี้เป็นอะไรที่พิเศษมาก ๆ ดีใจกับโมเมนต์นั้นมากทุกครั้งที่ได้เห็นครับ

เราไม่เคยคิดมาก่อนว่า เราจะเป็นไอดอลใครได้ จนกระทั่งในวันที่เป็นได้จริง ๆ แล้ว เรารู้สึก amazing แต่เราก็รู้สึกแอบตกใจนิดนึงนะ เพราะเราเองไม่ได้มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น และการที่คนอื่นเขาเอาเราเป็นไอดอล เอาเราเป็นมาตรฐาน แอบทำให้เรากลัวเหมือนกัน แต่กลับรู้สึกดีใจแล้วรู้สึกว่าโอเค แปลว่าสิ่งที่เราทำ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น

คำถามสุดท้ายก่อนจบบทสัมภาษณ์ เราถามถึงความสุขในวันนี้ของภูวิน ภูวินยิ้มน้อย ๆ ในแบบของเค้า ก่อนตอบเรามาสั้น ๆ ถึงรูปแบบความสุขของตัวเอง …

“ผมสนุกกับการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน สนุกกับทุกผลงานกับทุกชิ้นงานที่ทำ ทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ได้มองย้อนกลับไปถึงความทรงจำดี ๆ ที่เคยทำ เป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับผมในวันนี้มาก ๆ ครับ”

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน
ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

AUTHOR

ทะเล จำปี ดนตรี ทราย และ ฉัน