‘ภาษีทรัมป์’ นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ และเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ ‘ทีมไทยแลนด์’ จำเป็นต้องเดินหน้าเจรจาอย่างสุดความสามารถ โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ได้ร่อนจดหมายให้กับ 14 ประเทศ ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
โดยในจดหมายนี้ได้ระบุตัวเลขอัตราภาษีนำเข้าที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 หากยังไม่มีการเจรจาหรือบรรลุข้อตกลงใด ๆ เพิ่มเติม ซึ่งของไทยเองยังคงอัตราไว้ที่ 36% ซึ่งเป็นอัตราเดิมและเป็นอัตราที่สูงกว่าเพื่อน ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจากที่จดหมายฉบับนี้ออกมา ‘นายพิชัย ชุณหวชิร’ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่คาดว่าทางสหรัฐฯ อาจจะยังไม่ได้นำข้อเสนอล่าสุดจากไทยไปพิจารณา
วันนี้ (11 กรกฎาคม 2568) ทีมไทยแลนด์จึงได้มีการประชุมหารือกันเกี่ยวกับแนวทางในการเจรจาภาษีทรัมป์ ณ บ้านพิษณุโลก หลังจากนั้น นายพิชัย ชุณหวชิร จึงได้ออกมาแถลงผลการประชุม โดยมีสาระสำคัญก็คือ
- จดหมายที่ทรัมป์ส่งมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 โดยระบุอัตราภาษีนำเข้าไทยไว้ที่ 36% เป็นการเลื่อนเวลาและยังไม่ได้เป็นการเจรจาอย่างถึงที่สุด
- คาดว่าจะได้ข้อยุติกับสหรัฐฯ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 และจะเป็นข้อยุติในระดับกว้าง ๆ เพราะจะต้องมีการพูดคุยกันอีกนาน
- แนวทางการเจรจากับทางสหรัฐฯ มี 2 เรื่องหลัก ๆ คือ 1. การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จะต้องไม่ทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคเกษตรและอุตสาหกรรมรายย่อย ส่วน 2. ก็คือ อาจจะต้องมีการรับซื้อสินค้าบางประเภทเข้ามา ซึ่งปกติเรารับซื้ออยู่แล้ว รวมถึงจะต้องมีการกำกับดูแลสินค้านำเข้าอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
- อีกหนึ่งเรื่องสำคัญก็คือ การพูดคุยกันเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือทั้งในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมรายย่อย ซึ่งตอนนี้มีการพูดคุยถึงหลักการกว้าง ๆ ของมาตรการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะลงรายละเอียดเป็นลำดับต่อไป
- รัฐบาลตั้งเป้าให้อัตราภาษีอยู่ในระดับที่ไม่เสียเปรียบต่อคู่แข่งทางการค้า
นายพิชัยได้กล่าวต่อว่า เราจะทำให้ดีที่สุด เราเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่เรื่องอัตราภาษี มันมีเรื่องอื่น ๆ ประกอบด้วย เราจะชี้แจงให้ชัดเจนที่สุด และหวังว่าเราจะไม่เสียเปรียบ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้แบ่งสินค้าเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทที่ 1 คือ สินค้าทั่วไป ประเภทที่ 2 คือสินค้าผ่านทาง ซึ่งไทยสามารถดูแลได้ดีหากเทียบเคียงกับบางประเทศ ดังนั้นมองผลกระทบในภาพรวมแล้ว เราน่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งนี้มี ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ เข้าร่วมด้วย นายพิชัย กล่าวว่า ท่านเป็นคนที่รู้เรื่องเหล่านี้ดี น่าจะแชร์ข้อคิดเห็นได้ดี จึงได้เชิญท่านมา
อ้างอิง
