The Hunger Games: Mockingjay

เป็นประเด็นที่ลึกและน่าสนใจมากใน The Hunger Games: Mockingjay ที่ทั้งฉบับหนังสือโดย Suzanne Collins และฉบับภาพยนตร์ชุดโดย Gary Ross ได้ให้ไว้ตรงกัน คือบทบาทของ Gale Hawthorne ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากประชาชนธรรมดาในเขต 12 ไปเป็นนักปฏิวัติสุดขั้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้แฝงไปด้วยความตึงเครียดทางศีลธรรมอยู่ตลอด โดยเฉพาะเมื่อแผนรบของเขานำไปสู่การตายของ Primrose ที่นับเป็นจุดตัดของมิตรภาพและรักระหว่างเขากับ Katniss Everdeen รวมถึงเป็นแก่นแท้สำคัญของ “ความสูญเสียทางศีลธรรมของสงคราม” ใจความสำคัญหลักของนวนิยายชุดเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

อุดมการณ์ “ชัยชนะสำคัญกว่าความบริสุทธิ์”

Gale เป็นเพียงแรงงานในเหมืองและยากจนในเขต 12 เขาเติบโตมาในระบบที่กดขี่ เห็นคนตายต่อหน้าตัวเอง และต้องดูแลครอบครัวแทนพ่อ เขาจึงสะสมความแค้นต่อ Capitol ไว้ลึกมาก การที่เขาต้องได้ดูการแข่ง “Hunger Games” ทุก ๆ ปี ไปพร้อมกับเห็น Capitol สุขสบายนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมให้เขาหลุดจากการมองเห็นความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อการแข่งเกมล่าเกม ได้แยกเส้นทางระหว่างเขาและ Katniss ให้ออกจากกัน

เมื่อ Katniss ถูกสถานการณ์ต่าง ๆ บีบให้เธอกลายเป็น Mockingjay สัญลักษณ์ของการสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมจาก Capitol เธอและ Gale กลายเป็นทหารคนสำคัญที่ถูกส่งไปอยู่แนวหน้าและเผชิญกับสงครามโดยตรง ขณะที่ Katniss ต้องทำหน้าที่ส่งเสียงปลุกระดมให้คนจากเขตต่าง ๆ รวมเป็นหนึ่งให้ได้ เพื่อชี้ให้เห็นปัญหาที่ประธานาธิบดี Snow ทำไว้ในระบบอำนาจปกครอง Gale ทำหน้าที่เป็นแนวรบสำคัญ และเสนอไอเดียในการโจมตีเขตต่าง ๆ โดยมุ่งให้กลุ่มกบฏต้องได้รับชัยชนะเท่านั้นโดยไม่เกี่ยงวิธี สิ่งนี้สะท้อนในบทสนทนาหลายฉากที่เขาเห็นทหาร Capitol หรือพลเมืองเขตสูงว่า “ไม่ใช่เหยื่อ” และสมควรโดนลงโทษนั่นเอง

แนวคิดของ Gale ในสงครามทำให้เส้นแบ่งศีลธรรมพร่ามัว 

ในภาวะสงคราม ทุกฝ่ายต่างอ้าง “เป้าหมายที่ดี” เพื่อทำให้การกระทำรุนแรงของตนดูชอบธรรม Gale จึงสนับสนุนการทำลายล้างอย่างไร้ความปรานี โดยอ้างว่า “หากไม่ทำแบบนี้ จะไม่มีวันชนะ Capitol ได้” เขาไม่ได้เริ่มจากความโหดร้าย แต่ศีลธรรมของเขาถูกกัดกร่อนลงเรื่อย ๆ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างที่ทำคือ “เพื่ออิสรภาพ” เช่น เสนอไอเดียร่วมกับ Beetee ในการวางกับดักสองชั้นที่ระเบิดซ้ำสองรอบ เพื่อฆ่าทั้งเจ้าหน้าที่และผู้มาช่วยเหลือ แม้จะรู้ว่าคนช่วยเหลืออาจเป็นพลเรือนหรือเด็ก ซึ่ง Katniss ก็ได้ทักท้วงไว้แล้ว แต่แผนนี้ยังคงเดินหน้าต่อไป ส่งผลเมื่อมันถูกใช้ดำเนินการจริง พลเรือนที่เข้าไปในพื้นที่ตอนนั้นคือหน่วยพยาบาล และหนึ่งในผู้เสียชีวิตก็คือ Primrose น้องสาวของ Katniss นั่นเอง

แม้ Katniss เองก็เคยใช้ความรุนแรง แต่เธอมักลังเล หวาดกลัว และรับผลของการกระทำอย่างสำนึกผิด ตรงข้ามกับ Gale ที่ผลักดัน “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์” ให้มาก่อนความรู้สึกผิดชอบชั่วดี Katniss จึงเป็นตัวแทนของ “มนุษยธรรมท่ามกลางไฟสงคราม” ในขณะที่ Gale เป็นตัวแทนของ “การปฏิวัติที่พร้อมจะฆ่า เพื่อสร้างอนาคต” จึงกลายเป็นจุดคำถามสำคัญของ Hunger Games ว่า หากสงครามที่ไม่มีผู้บริสุทธิ์เหลืออยู่อีก ชัยชนะที่ได้มาก็อาจจะไม่แท้จริง 

“เราจะยืนอยู่ตรงไหน เมื่ออุดมการณ์ของเรากำลังฆ่าคนที่เรารัก?”

ตอนจบของสงครามอาจไม่ได้ยุติปัญหา แค่เปลี่ยนมือคนถืออำนาจ

ในช่วงท้ายของภาค Mockingjay ประธานาธิบดี Alma Coin ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายกบฏ เสนอให้จัดแข่ง Hunger Games สำหรับลูกหลานของชนชั้นสูงจาก Capitol โดยอ้างว่าเป็น “การล้างแค้นอย่างยุติธรรม” เพื่อให้ประชาชนเขตต่าง ๆ ได้รู้สึกว่า “ความยุติธรรมได้คืนมาแล้ว” แม้จะอ้างว่าเป็นเกมครั้งสุดท้าย แต่นี่คือการตอกย้ำว่าโครงสร้างของความรุนแรงยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนเป้าหมายและเปลี่ยนมือผู้ควบคุม

กลับกลายเป็นว่าตลอดเวลาสามปีที่ต่อสู้เพื่อล้มระบอบการปกครองของ Snow ไม่ได้พาโลกไปสู่สิ่งใหม่ แต่แค่เอาความเกลียดมาเป็นเชื้อเพลิงทางการเมือง เหมือนจะปลดแอก แต่จริง ๆ กลับเอาความรุนแรงมาคุมต่อในชื่อของ “ประชาธิปไตย” โดยเชื่อว่ามนุษย์เสพติดความรู้สึกเอาคืน เกมใหม่จึงเป็น “การล้างแค้น” มากกว่าการแก้ปัญหา เหมือนกับว่า คนเรามักสบายใจที่จะเห็น “คนที่เคยอยู่สูงตกต่ำลง” แทนที่จะยกระดับทุกคนให้เท่าเทียมกัน เพราะฝ่ายหนึ่งที่ถูกบ่มด้วยความเจ็บปวดนานปี

Katniss มองเห็นวงจรนี้ แต่เกือบจะหลงทาง Katniss โหวต “เห็นด้วย” กับ Hunger Games ครั้งใหม่ แต่จริง ๆ แล้วเธอทำไปเพื่อหลอก Coin และลอบฆ่าเธอในพิธีแทนที่จะฆ่า Snow เพราะเธอรู้ว่า ถ้าปล่อยให้เกมนี้เกิดขึ้นอีก โลกจะไม่มีวันหลุดพ้นจากวงจรนี้ซะที ขณะที่หลังจากนั้น Gale เลือกไปทำงานในเขต 2 ซึ่งเป็นเขตทหาร แสดงให้เห็นว่าเขาเลือกเส้นทางของ “ระเบียบและอำนาจ” ที่เป็นเนื้อแท้ของความคิดตัวเขาเอง เขาและ Katniss ไม่เคยกลับมาคุยกันอีกเลย เพราะความตายของ Primrose ทำให้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ 

คนเราจะไม่มีวันหลุดพ้นจากความอยุติธรรม ถ้าเราใช้ “ความเกลียด” เป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

AUTHOR

นักคิด นักเขียน นักสร้างคอนเทนต์ ตัวปัญหาของกระแส ชาวเกย์ผู้แปลกแยก และนักเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่าง หลงใหลวัฒนธรรม Pop ทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์และดนตรี และยังเป็นผู้กำกับอิสระ นักดนตรีและนักแต่งเพลง รวมถึงแอดมินเพจที่ประสบความสำเร็จในโซเชียลอีกด้วย เก่งซะไม่มี