Redesigning Human Extinction ก่อนกาลสูญพันธุ์

“ไม่ว่าเราจะสูญพันธุ์ด้วยวิธีการใด ขอให้ความรักสูญสลายเป็นสิ่งสุดท้าย”

นี่คือคำกล่าวบางส่วนของ แทนไท ประเสริฐกุล นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จาก WiTcast ในงานเสวนา Redesigning Human Extinction หรือ ก่อนกาลสูญพันธุ์ งานเสวนาที่ทุกคนร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการแหลกสลายของเผ่าพันธุ์ผ่านการสืบพันธุ์ ความทรงจำ และภูติผี ที่จัดขึ้น ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

โดยในช่วงแรกแทนไทได้เสนอแนวคิดความเชื่อมโยงระหว่าง ‘การสืบพันธุ์’ และ ‘การสูญพันธุ์’ เมื่อการสืบพันธุ์ในปัจจุบันของมนุษย์กำลังทำให้เรากลืนหายเข้าไปสู่การวิวัฒน์เป็นสปีชีส์อื่น เนื่องจากฟังก์ชันของการดำรงอยู่ถูกแบ่งออกเป็นสองหัวข้อใหญ่ คือการสืบพันธุ์และการเอาชีวิตรอด เมื่อมนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีกลไกดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเทียบเท่าในอดีต และให้ความสำคัญกับการสืบพันธุ์มากเกินไป ดังนั้นสกิลการเอาตัวรอดจะถูกลดทอนลง 

ในประเด็นต่อมาแทนไทตั้งคำถามว่ามนุษย์ในปัจจุบันยังคงถือว่าเป็นสปีชีส์ ‘โฮโมเซเปียนส์’ หรือไม่ เพราะแม้กระทั่งพฤติกรรมการสื่อสารก็สามารถแบ่งแยกสปีชีส์กันได้ ลองจินตนาการว่าหากเราย้อนกลับไปในอดีตจะสามารถสื่อสารกับบรรพบุรุษได้หรือไม่ หากเป็นไปไม่ได้เรายังถือว่าเป็นโฮโมเซเปียนส์อยู่ไหม หรือในความเป็นจริงโฮโมเซเปียนส์ได้สูญพันธุ์ไปแล้วตามกาลเวลา ที่แทนไทเสนอทฤษฎีขึ้นมาว่า Temporal Ring Species หรือริงสปีชีส์เชิงเวลา 

ต่อมา วีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายและเรื่องสั้น ขึ้นพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อ “ความตายของความทรงจำ” เมื่อเราสูญพันธุ์จากการถูกหลงลืม มนุษย์พยายามสร้างหลักฐานการมีอยู่ของตนเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และรวมถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง เราจะสูญพันธุ์จริงก็ต่อเมื่อความทรงจำของเราแหลกสลายหายไป เพราะมากกว่าการหายไปทางกายภาพ คือการหายไปจากความทรงจำ

วีรพรยังกล่าวต่ออีกว่า มนุษย์หมกมุ่นกับการอยากมีชีวิตอยู่ตลอดกาล แต่ไม่เคยปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเลย พวกเราใช้ชีวิตโดยการอยากเอาชนะธรรมชาติไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้วีรพรยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า มนุษย์เป็นเพียงสปีชีส์เดียวหรือไม่ ที่ดำรงอยู่ด้วยการทำลายบ้านเกิดของตัวเอง

จากนั้น พัทน์ ภัทรนุธาพร จาก MIT Media Lab ได้ขึ้นมาพูดคุยเกี่ยวกับ ‘การสูญพันธุ์ของภูติผี’ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เขาพูดคุยในเชิงเปรียบเปรยว่า หากในอนาคตวิทยาการของมนุษย์ทำให้พวกเราเป็นอมตะก็จะไม่มีวิญญาณ เมื่อไม่มีใครตายก็ไม่มีผี เพราะความเป็นอมตะของมนุษย์จะทำให้ผีสูญพันธุ์ ด้วยลีลาการนำเสนอที่น่าสนใจประกอบกับความสนุกสนาน ทำให้การเสวนาในช่วงของเขาเรียกเสียงหัวเราะได้ทุกช่วง 

จากการเสวนาก็พอจะสรุปได้ว่า ทั้งการเกิดจากการสืบพันธุ์ การดำรงอยู่กับปัจจุบันขณะที่ความทรงจำเลือนหาย หรือแม้กระทั่งการตายจากเป็นจิตวิญญาณ พวกเราล้วนแตกดับและสูญสลายกันได้ทุกครั้ง มนุษย์เปราะบางพอที่จะสูญพันธุ์ได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นในวันที่เรายังพอมีโอกาสออกแบบวิธีการตายและการสูญพันธุ์ได้ พวกเราควรจากไปด้วยการวิวัฒน์เปลี่ยนผ่านตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตายจากกันไปทั้งพงศ์เผ่าด้วยความสะเพร่าของมนุษย์ด้วยกันเอง