สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงการเจรจาเรื่องการเปิด-ปิดด่านชายแดนกัมพูชา ระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกผิดหวังกับวิธีการเจรจาของนายกฯ เนื่องจากบางช่วงบางตอนมีการพูดพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นคนฝ่ายตรงข้ามกับตน มีความพยายามปลุกปั่นความเกลียดชัง พร้อมทั้งแสดงสัญญะทางคำพูดในทำนองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับทางสมเด็จฮุน เซน
ต่อมาทางแพทองธารได้ออกมาแถลงยอมรับว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นการสนทนาระหว่างตนและผู้นำกัมพูชาจริง ขณะที่ฮุน เซนให้เหตุผลว่า อัดคลิปเสียงดังกล่าวไว้เพื่อเป็นหลักฐานหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และส่งต่อให้สมาชิกคณะกรรมการถาวรของพรรคและกลุ่มวุฒิสภาอีกจำนวน 80 คน
ด้านแพทองธารยอมรับว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสั่นคลอนในฐานะนายกรัฐมนตรีมากที่สุดตั้งแต่ปฏิบัติหน้าที่มา ตนเพียงแค่พยายามหาทางเจรจาในแบบของตัวเองเท่านั้น จากนี้จะไม่มีการพูดคุยส่วนตัวกับทางฝั่งกัมพูชาอีก ที่สำคัญคือ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฮุน เซนและครอบครัวของตนจะเป็นอย่างไรต่อ เนื่องจากไม่อาจไว้ใจฝั่งกัมพูชาได้อีกแล้ว
ในความจริงเป็นจริงแล้ว ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาไม่ควรยืดเยื้อขนาดนี้ โดยเฉพาะในรัฐบาลของแพทองธารซึ่งเป็นบุตรสาวคนสำคัญของอดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับฮุน เซนในระดับที่ไปมาหาสู่กันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วันนี้ SUM UP จึงอยากชวนย้อนมองความสัมพันธ์อันแนบแน่นตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี ระหว่างตระกูลชินวัตรและฮุน เซน จากความสนิทเหมือนเครือญาติ สู่ความขัดแย้งทางการเมือง
ความสัมพันธ์แบบ “เพื่อนสนิท มิตรสหาย” ระหว่างทักษิณและฮุน เซน
ดังที่กล่าวไปข้างต้น ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฮุน เซนมาโดยตลอด มีการไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง แม้กระทั่งหลังจากทักษิณพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีคดีความทางการเมืองก็ยังคงมีการพบปะและให้กำลังใจกันเสมอ นอกจากความสัมพันธ์ในมิติของคนสนิทแล้ว ที่ผ่านมาทักษิณใช้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้เพื่อผลประโยชน์ในเชิงการทูตระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ แรงงาน การท่องเที่ยว และธุรกิจ แต่ถึงอย่างนั้นนักวิชาการหลายคนต่างวิเคราะห์ว่า ถึงแม้ฮุน เซนจะเป็นเพื่อนที่ดีกับทักษิณ แต่เรื่องพิพาทขอบเขตดินแดนคือข้อยกเว้น
ทักษิณเคยถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา
ที่ผ่านมานับตั้งแต่การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนถึงการลี้ภัยทางการเมืองของทักษิณ เขายังคงแสดงความนอบน้อมและใกล้ชิดต่อฮุน เซนมาตลอด ผ่านการพบปะพูดคุยส่วนตัวและไปมาหาสู่กัน ถึงขั้นที่ในสมัยที่ทักษิณมีคดีทางการเมืองติดตัว ฮุน เซนก็ยังแต่งตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา ส่งผลให้ทักษิณเดินทางไปร่วมงานที่กัมพูชาหลายต่อหลายครั้ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนคนไทย
เป็นเพียงไม่กี่คนที่ถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานวันเกิดของฮุน เซน
หากการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษายังดูไม่ใกล้ชิดพอ อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นแนบแน่น คือ การปรากฏตัวของทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในงานวันเกิดครบรอบ 71 ปี ของฮุน เซน ถึงแม้การไปร่วมงานวันเกิดคนสนิทจะดูไม่แปลก แต่อย่าลืมว่าขณะนั้นทักษิณมีคดีทางการเมืองติดตัวอยู่ มิหนำซ้ำยังมีการเปิดเผยว่า ทักษิณและยิ่งลักษณ์เป็นแขกจากภายนอกเพียง 2 คนที่ถูกเชิญให้ไปร่วมงานวันเกิดของฮุน เซน นอกเหนือจากสมาชิกในครอบครัว
ฮุน เซนเคยเดินทางมาเยี่ยมทักษิณถึงบ้าน
ในช่วงที่ทักษิณเดินทางกลับมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ฮุน เซนได้เดินทางมาเยี่ยมทักษิณถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า คาดว่ามาพบปะและรับประทานอาหารร่วมกัน ในตอนนั้นแพทองธารได้อัปโหลดภาพขนมไทยในมื้อดังกล่าวลง Instagram นอกจากนี้มีการรายงานว่า หลังจากพบทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเสร็จ ก็เดินทางกลับประเทศกัมพูชาทันทีโดยไม่แวะที่ใดก่อน สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างฮุน เซนและตระกูลชินวัตร
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างทักษิณและฮุน เซนจะถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด ทว่าในวันนี้กระจ่างชัดแล้วว่า ความเป็นเพื่อนมิอาจอยู่เหนือกว่าผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ ฮุน เซนยังคงเลือกที่จะรักษาอธิปไตยของตนเองมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณ แต่ถึงอย่างนั้นยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า จากนี้สถานการณ์ของแพทองธารจะเป็นอย่างไร กัมพูชาจะเคลื่อนไหวอะไรอีกหรือไม่ ความขัดแย้งในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
