ออกแบบรังผึ้ง

ว่ากันว่าตอนนี้ประชากรผึ้งในสหรัฐอเมริกากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานการเกษตรแห่งชาติในอเมริการายงานว่าจำนวนผึ้งที่ช่วยผลิตน้ำผึ้งลดลงจาก 5.9 ล้านรังในช่วงปี 1947 เหลือเพียง 2.44 ล้านรังในช่วงปี 2008 หายไปกว่า 58.64% ภายในระยะเวลาราว 60 ปี เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน 2024 – กุมภาพันธ์ 2025 ผู้เลี้ยงผึ้งเพื่อการค้าขายในสหรัฐอเมริการายงานว่าจำนวนผึ้งที่เลี้ยงลดลงถึง 62% เลยทีเดียว

ความน่าเป็นห่วงของเรื่องนี้คืออะไร ‘ผึ้ง’ ไม่ได้เป็นเพียงแมลงที่สำคัญต่อระบบนิเวศ แต่ผึ้งยังทำหน้าที่ช่วยผสมเกสรให้กับพืชพันธุ์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ได้ดีกว่าสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งเมื่อจำนวนผึ้งลดน้อยลง ก็แปลว่าพืชพันธุ์ทั้งหมดอาจจะออกผลผลิตให้เราช้าลงไปยิ่งกว่านั้นได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก ‘Greenpeace’ เล่าว่า ปัจจุบันผึ้งมีมากกว่า 20,000 สายพันธุ์ แต่พวกมันกำลังเจอกับภัยคุกคามสำคัญคือการสูญเสียแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยอย่างทุ่งหญ้าในป่าไป จากการรุกรานของมนุษย์ด้วยการเพาะปลูกแบบอุตสาหกรรม ไปจนถึงการขยายตัวของเมืองที่ทำให้เกิดการถางพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแทน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อย่างการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม

“เราจะต้องรู้สึกตกใจถ้าละแวกนั้น ๆ ที่เราเห็นมันไม่ได้เต็มไปด้วยดอกไม้” ‘ฮาร์แลนด์ แพทช์ (Harland Patch)’ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัยประจำภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต และผู้เขียนร่วมของหนังสือ “The Lives of Bees” กล่าวเอาไว้ เพราะการไม่มีสวนดอกไม้แปลว่าสัญญาณของความหลากหลายทางชีวภาพและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศกำลังลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

ฉะนั้นการจะให้ผึ้งเป็นผู้ขยายที่อยู่อาศัยด้วยตัวเองอาจจะไม่ยั่งยืน มนุษย์ผู้รุกรานจึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือ

‘อเล็กซานดรา เดซี่ กินส์เบิร์ก (Alexandra Daisy Ginsberg)’ ศิลปินชาวอังกฤษและแอฟริกาใต้ที่หลงใหลในการสร้างผลงานศิลปะที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และธรรมชาติ จึงได้ออกแบบสวนดอกไม้ที่เป็นประโยชน์และเป็นมิตรต่อแมลงผสมเกสรให้ได้มากที่สุด จากคำถามที่ว่า “เราจะยอมเสียสละพื้นที่เพื่อสร้างโลกของเราขึ้นมาใหม่เพื่อสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นหรือไม่” ซึ่งเป็นคำถามที่น่าสนใจ และกลายมาเป็นคำตอบของศิลปะในคราบสวนดอกไม้ที่มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริงขึ้นมา เพื่อโชว์ในพาวิลเลี่ยน Alusta ในงาน ‘More than Human’ นิทรรศการขนาดใหญ่ที่จัดขึ้น ณ Design Museum ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายในงานมีการรวบรวมผลงานกว่า 140 ชิ้น จากศิลปิน สถาปนิก และนักออกแบบกว่า 50 คน ที่มองในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ในธรรมชาติ

เธอเนรมิตพื้นที่ 1.4 ตารางเมตรด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ให้สามารถปลูกพืชได้ และใช้เครื่องมือที่เธอสร้างขึ้นมาชื่อว่า Pollinator Pathmaker เป็นตัวสร้างรูปแบบการปลูกพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อให้เหมาะสมตามระบบนิเวศที่ต้องเข้าอกเข้าใจแมลงผสมเกสรมากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาความหลากหลายของแมลงผสมเกสรโดยเฉพาะ ไม่ใช่ออกแบบสวนเพื่อความสวยงามทางสายตามนุษย์เพียงอย่างเดียว

รังผึ้ง

จะเห็นว่าวิธีการนี้ทำให้ผู้คนที่เห็นสวนแห่งนี้ได้เข้าใจการสร้างระบบนิเวศเพื่อให้พื้นที่แก่สัตว์ที่เป็นประโยชน์กับโลกใบนี้ต่อไปมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มีเพียงการออกแบบสวนเท่านั้น ยังมีนักออกแบบอีกหลายคนที่สนใจแก้ปัญหาในอีกประเด็น นั่นคือการออกแบบ ‘รังผึ้ง’ ด้วยวิธีคิดทางสถาปัตยกรรม เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของเหล่าผึ้งดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างที่ดีข้อแรกคือ ในงาน Milan Design Week 2025 เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีสตูดิโอออกแบบอุตสาหกรรมในลอนดอน ‘Layer’ ได้ออกแบบรังผึ้งแบบใหม่ในชื่อว่า ‘Host’ โดยใช้วัสดุอย่างไม้ โลหะ และฟางมาสร้างเป็นกล่องซ้อนกัน ผ่านการวิเคราะห์และปรับปรุงจากรังผึ้งที่มีอยู่แล้ว จุดเด่นของรังผึ้งที่มนุษย์สร้างนี้คือมีการระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันฝนได้ อีกทั้งยังมีฉนวนฟองรอบห้องเลี้ยงผึ้งเพื่อสร้างความอบอุ่นขณะอากาศหนาวเย็น

โปรเจกต์ Host
โปรเจกต์ Host โดยสตูดิโอออกแบบ Layer ในปี 2025
โปรเจกต์ Bee Home
โปรเจกต์ Bee Home โดย ทานิตา ไคลน์ ในปี 2020

ไปจนถึงโปรเจกต์ในปี 2020 ของ ‘ทานิตา ไคลน์ (Tanita Klein)’ นักออกแบบจากโคเปนเฮเกน ที่ได้สร้างสรรค์ ‘Bee Home’ หรือโรงแรมผึ้งแบบโมดูลาร์สไตล์เตตริส ทำจากไม้ ด้วยการออกแบบแบบพาราเมตริกแบบโอเพนซอร์ส เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกขนาด ความสูง และสไตล์ที่ตรงกับรสนิยมและความต้องการได้แบบออนไลน์ จากนั้นก็สามารถดาวน์โหลดไฟล์แบบเพื่อนำไปประกอบได้ ซึ่งโครงสร้างที่ได้จะมีลักษณะคล้ายหอคอยเมืองจำลองขนาดเล็กที่ทำจากไม้ มีลวดลายคล้ายช่องหน้าต่างสำหรับวางซ้อนกัน

จะเห็นว่าทุกโปรเจกต์เปรียบเหมือนเป็นการเก็บกวาดความนิสัยไม่ดีของมนุษย์ ผู้ซึ่งโหยหาการขยายถิ่นฐานของตัวเองจนส่งผลกระทบต่อสัตว์สปีชีส์อื่นไปทั่ว ทำให้การออกแบบที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่เคยตอบโจทย์ระบบนิเวศได้ดีที่สุดกลายเป็นความล่าช้า และไม่ทันใจต่อการอนุรักษ์สัตว์เหล่านี้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการลดจำนวนลงเพราะมนุษย์ด้วยกันเอง ฉะนั้นในโลกยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนทางกายภาพสูง ภูมิอากาศและบรรยากาศแปรปรวน การออกแบบพื้นที่ที่เหมาะสมกับระบบนิเวศในทางอ้อมจึงเป็นการประคับประคองความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ไปได้อย่างยาวนานที่สุด เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถดำรงอยู่ในโลกปัจจุบันได้อย่างยั่งยืนไปด้วยกันนั่นเอง

ที่มา

AUTHOR

Content Creator

พนักงานมือใหม่ที่สนุกกับการหาเรื่องมาเล่า ไม่มีสิ่งที่ชอบตายตัว มีแต่สิ่งที่ชอบแล้ว และกำลังหาสิ่งใหม่ที่ชอบต่อไป