สำหรับใครที่เป็นสายชอบสะสมโมเดลรถของเล่น ชอบต่อโมเดลรถต่าง ๆ หรือชอบเล่นรถบังคับวิทยุมาตั้งแต่สมัยที่ยังละอ่อน น่าจะต้องรู้สึกสะเทือนใจไปกับความเคลื่อนไหวนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะสาวกค่ายโมเดลรถของเล่น ‘ดาวคู่สองสี’ จากประเทศญี่ปุ่น อย่าง ‘TAMIYA’ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีข่าวอย่างเป็นทางการออกมาว่า ‘ชุนซากุ ทามิยะ’ (Shunsaku Tamiya) ประธานกรรมการบริษัท ได้จากไปในวัย 90 ปี เขาเป็นทายาทที่เข้ามารับช่วงต่อและวางรากฐานให้กับ TAMIYA จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโมเดลพลาสติกและของเล่น ที่ถือเป็นงานอดิเรกสมัยใหม่ได้สำเร็จ อีกทั้งเขายังเป็นผู้ให้กำเนิดรถแข่ง ‘Mini 4WD’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำเกิดการแผ่ขยายทางวัฒนธรรมไปทั่วโลก ถือเป็นการปิดฉากการทำงานอันยาวนานของเขาลง
และด้วยความที่ TAMIYA เองก็ได้รับความนิยมในประเทศไทยด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ออกไปเดินจ่ายจับซื้อของเข้าออฟฟิศในอาคารฝั่งตรงข้าม ก็จะมีช็อปและสนามแข่งรถขนาดย่อม ๆ ให้เราได้เห็นเหล่าเด็กผู้ชายมาประชันความเร็วและสไตล์แต่งโมเดลรถของตัวเองกันอยู่บ่อย ๆ เลยนึกสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมของสะสมจาก TAMIYA ถึงยังอยู่ในใจเด็กหลายต่อหลาย Generation แม้จะผ่านเวลามากเกือบ 80 ปีแล้ว วันนี้ SUM UP จะพาไปย้อนดูธุรกิจนี้กันตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย
Tamiya Shoji เริ่มจากการเป็นโรงเลื่อยในยุคหลังสงคราม
บริษัท ทามิยะ โชจิ (Tamiya Shoji & Co.) ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1946 โดย ‘โยชิโอะ ทามิยะ’ ผู้เป็นบิดา ในเมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงเลื่อยและจำหน่าจำหน่ายไม้แปรรูป เนื่องจากในตอนนั้นเป็นช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู ทำให้มีความต้องการไม้สำหรับใช้เป็นวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมาก
จนมาถึงปี ค.ศ. 1948 บริษัทก็ได้เล็งเห็นโอกาสในตลาดของเล่นเพื่อการเรียนรู้ อีกทั้งทรัพยากรไม้ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้จัดตั้งแผนกผลิตภัณฑ์ไม้ขึ้น และเดินหน้าผลิตโมเดลเรือไม้จำลองและเครื่องบินออกจำหน่าย ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ดีและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จึงได้ตัดสินใจปิดโรงเลื่อย แล้วหันมาเอาดีทางด้านนี้อย่างเต็มตัว
จากโมเดลไม้ สู่ความท้าทายใหม่จากต่างประเทศ
ในช่วงกลางปี ค.ศ. 1950 ตลาดไม้เริ่มซบเซาลง จากการมาถึงของโมเดลพลาสติกของต่างประเทศ ที่ทั้งราคาถูกและมีรายละเอียดที่ชัดกว่า ทำบริษัทตัดสินกระโดดเข้ามาในสังเวียนโมเดลพลาสติกนี้บ้าง เพื่อเป็นการปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง และเปิดตัว ‘เรือรบประจัญบานยามาโตะ’ (Battleship Yamato) สเกล 1/800 แต่ด้วยราคาที่จับต้องได้เกินไป ทำให้รายได้จากการขายไม่ครอบคลุมต้นทุนการผลิตแม่พิมพ์ที่มีราคาสูงลิ่ว บริษัทจึงประสบกับภาวะขาดทุนและจำเป็นต้องถอยกลับไปผลิตโมเดลไม้ตามเดิมชั่วคราว
แต่ความล้มเหลวในครั้งนี้ก็นับเป็นบทเรียนที่สำคัญ หากบริษัทยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์อันแสนแพงจากภายนอกอยู่เช่นเดิม ปลายทางก็น่าจะเจ็บตัวไม่ต่างกันกับที่ผ่านมาก สิ่งนี้ทำให้ทามิยะได้เรียนรู้ว่า การพุ่งเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ยังต้องควบคุมปัจจัยหลักในการผลิตให้ได้ด้วย ทำให้ในปี ค.ศ. 1960 บริษัทได้เปิดแผนกออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ขึ้น ถือเป็นการตัดสินใจที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดระยะยาว เป็นจุดแข็งที่ช่วยให้ทามิยะสามารถควบคุมคุณภาพและเก็บรายละเอียดได้ในทุกขั้นตอนของการผลิต
ชุนซากุ ทามิยะ ผู้ให้กำเนิดปรัชญา ‘TAMIYA STYLE’
ชุนซากุ ทามิยะ เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1943 จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ทันทีที่เขาสำเร็จการศึกษาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1958 ชุนซากุก็เข้าทำงานในธุรกิจของครอบครัวทันทีในเดือนเมษายน ซึ่งความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้มีความสนใจใน ‘การต่อโมเดล’ เป็นทุนเดิม แต่มีความสนใจที่เหมือน ๆ กับวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปในยุคนั้น จำพวกรถยนต์และภาพยนตร์ จึงทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจในสุนทรียศาสตร์ กลายมาเป็นเซนส์ในการมองว่าผลิตภัณฑ์แบบไหนถึงจะโดนใจผู้ซื้อและเป็นที่ต้องการของตลาด
ประกอบกับในตอนนั้นเป็นช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญกับวิกฤตต้นทุนการผลิตและการมาถึงของโมเดลพลาสติกจากต่างประเทศ ทำให้การเข้ามาทำงานของทามิยะเป็นมุมมองของธุรกิจและผู้ผลิตซะมากกว่า อีกทั้งการมีพื้นฐานด้านกฎหมายก็ทำให้เขามีกระบวนการคิดที่เป็นระบบและมีเหตุผล เมื่อทุก ๆ องค์ประกอบมาผสมผสานรวมเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็น ‘Tamiya Style’ ปรัชญาที่ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น First in Quality Around the World, ค้นคว้าข้อมูลอย่างพิถีพิถันและสมจริง, มุ่งออกแบบชิ้นงานให้ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงพลังของภาพลักษณ์และการนำเสนอด้วยโลโก้ ‘ดาวคู่’ สีแดงและสีน้ำเงิน ที่หมายถึงความหลงใหล ความเยาว์วัย และความจริงใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดชิ้นงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและได้รับความนิยมไปทั่วแดนอาทิตย์อุทัยและทั่วโลก
จาก Military Miniature ถึง Porsche 934 Turbo
ภายหลังความล้มเหลวของโมเดลเรือพลาสติกรุ่นแรกอย่าง เรือรบยามาโตะ ทามิยะก็ได้เปิดตัวโมเดลพลาสติกรุ่นที่ 2 คือ รถถัง ‘Panther’ สเกล 1/35 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1962 โมเดลรถถังรุ่นแรกนี้ถูกออกแบบมาให้มีความเป็นเหลี่ยมเป็นมุม ทำให้ง่ายต่อการผลิตแม่พิมพ์ อีกทั้งโมเดลรุ่นนี้ยังถูกออกแบบให้สามารถติดตั้งมอเตอร์และใช้พลังงานจากถ่านไฟฉายขนาด C จำนวน 2 ก้อนได้ ทำให้นับแต่นั้นมาจึงเกิดเป็นระบบของโมเดลที่สามารถเล่นร่วมกันได้ และใช้สเกล 1/35 กับโมเดลรถถังทุกรุ่นที่จะผลิตออกมาในอนาคตอีกด้วย จากคุณภาพที่เหนือกว่าและการเป็นผู้นำตลาดของทามิยะ ทำให้โมเดลสเกล 1/35 เป็นที่ยอมรับ และถูกนำไปใช้ในบริษัทคู่แข่งหลายต่อหลายเจ้ส จนกลายเป็นมาตรฐานสากลของวงการโมเดลรถถังในที่สุด จากนั้นก็ได้เกิดเป็นซีรีส์ ‘Military Miniature’ อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1968 มาพร้อมกับเซตฟิกเกอร์ทหารรถถังเยอรมัน
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1976 ทามิยะได้เปิดตัวรถบังคับวิทยุ ‘Porsche 934 Turbo’ เรียกได้ว่าเป็นรถของเล่นที่มาพลิกโฉมวงการและสะท้อนความเป็น Tamiya Style ได้อย่างดี สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในความล้มเหลว เมื่อช่วงหนึ่งทามิยะเคยลงทุนซื้อรถ ‘Porsche 911 Turbo’ คันจริงมาศึกษาอย่างละเอียดเพื่อผลิตเป็นโมเดลรถสเกล 1/12 แบบตั้งโชว์ แต่ดันไม่ประสบความสำเร็จ แทนที่จะทิ้งแม่พิมพ์ราคาแพงไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทีมงานของชุนซากุก็ได้นำสิ่งนี้มาต่อยอดด้วยการเพิ่มมอเตอร์และชุดวิทยุบังคับเข้าไป จึงได้เป็นสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด นั่นก็คือ ‘รถบังคับวิทยุ’ Porsche 934 Turbo นั่นเอง ผลปรากฏว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย จุดกระแสความนิยมรถบังคับวิทยุได้สำเร็จ นำมาซึ่งผลตอบแทนและรายได้กลับเข้าสู่บริษัท ทั้งยังเป็นการปูทางไปสู่การเปิดตัวรถบังคับวิทยุไอคอนิกอีกหลายรุ่น ด้วยดีไซน์ที่เป็นลักษณ์ และการตลาดที่เน้นคาแรกเตอร์
รถแข่ง Mini 4WD ‘นวัตกรรม’ ที่สร้าง ‘วัฒนธรรม’
เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1982 เป็นช่วงเวลาที่ทามิยะได้เปิดตัวรถแข่ง ‘Mini 4WD’ หรือที่บ้านเราเรียกลำลองว่า ‘รถทามิย่า’ เป็นครั้งแรก เป็นโมเดลรถสี่ล้อที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะอเมริกัน จุดแข็งของโมเดลในรุ่นนี้ คือราคาที่เข้าถึงง่าย การประกอบที่ไม่ต้องใช้กาว (Snap-together) และความสามารถในการปรับแต่งได้อย่างอิสระ ชุนซากุเริ่มมองเห็นว่าการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมี ‘เรื่องเล่า’ จึงได้เกิดเป็นไอเดียในการผลิตมังงะและอนิเมะขึ้น อย่าง Dash! Yonkuro ปลายยุค 80 และ Bakusou Kyoudai Let’s & Go !! หรือ นักซิ่งสายฟ้า ที่เคยออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ปลายยุค 90 ที่เข้ามาช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ และเปลี่ยนรถของเล่นให้กลายเป็นตัวละครที่มีชีวิต เปลี่ยนการแข่งขันให้กลายเป็นการผจญภัยสุดตื่นเต้น
กลยุทธ์นี้เป็นการเปลี่ยนให้นวัตกรรมรถของเล่นธรรมดากลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงและจับต้องได้ ทั้งยังได้เสียงรับในเชิงบวกที่ทรงพลัง อนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นช่วยขับเคลื่อนยอดขายโมเดล ในขณะที่คนที่เป็นเจ้าของโมเดลนั้น ๆ ก็ยิ่งอินไปกับเรื่องราวเพิ่มขึ้นไปอีก ต่อจากนั้น ทามิยะก็ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ด้วยการจัดการแข่งขันรถบังคับวิทยุระดับประเทศ (Japan Cup) มีการติดตั้งสนามแข่งตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เพื่อทำให้จินตนาการกลายมาเป็นความจริง ความพยายามของทามิยะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเอเชียที่สามารถทำยอดขายทะลุ 10 ล้านคันในปี ค.ศ. 1987 และพุ่งเป็น 100 ล้านคันในปี ค.ศ. 1995
จากชิซูโอกะสู่ระดับโลกอย่างจริงจัง
มกราคม ค.ศ. 1968 ทามิยะเดินทางเข้าสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว โดยบริษัทได้เข้าร่วมในงานแสดงของเล่นระดับโลก ‘Nuremberg Toy Fair’ เป็นครั้งแรก และได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในโมเดลรถแข่ง ‘F1’ สเกล 1/12 ที่มีรายละเอียดสูง ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างชื่อในระดับสากล ถัดจากนั้นทามิยะก็ได้ก่อตั้งสาขาในหลายประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรป และฮ่องกง เพื่อควบคุมการตลาดและดูแลการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ประกอบกับในช่วงทศวรรษ 1990 ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในญี่ปุ่นทำให้การแข่งขันในระดับโลกเป็นอุปสรรค จึงได้มีการย้ายฐานการผลิตไปยังฟิลิปปินส์ ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของการผลิตทั้งหมด โดยมีการถ่ายทอดความรู้และควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด จนมั่นใจได้ว่ามาตรฐานของทามิยะจะไม่ลดลงแม้แต่น้อย สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้ โดยที่ไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย
แต่แล้วการก้าวต่อไปของทามิยะก็เกิดสะดุดอีกครั้ง เมื่อชุนซากุได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และแต่งตั้งให้ลูกชาย ‘มาซายูกิ ทามิยะ’ ดำรงตำแหน่ง ประธานบริษัท (President) จนมาในปี ค.ศ. 2017 ลูกชายของเขาได้จากไปก่อนวัยอันควร ทำให้ชุนซากุในวัย 80 ปี ต้องตัดสินกลับเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการเป็นประธานกรรมการ สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความทุ่มเทที่เขามีให้บริษัทมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้เขาก็ยังได้สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนผ่านการจัดการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังคว้ารางวัลในระดับโลกมาครอง อย่าง IFMAR World Championships ประเภทรถทัวริ่งไฟฟ้าหลายสมัยติดต่อกัน 2002, 2004, 2008 และ 2010 แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีรถบังคับวิทยุ แถมของเล่นของพวกเขาไม่ได้มีไว้สำหรับนักเล่นที่เป็นงานอดิเรกเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปแข่งขันได้ในระดับที่สุดของโลกอีกด้วย
การเดินทางหลายทศวรรษของทามิยะและชุนซากุ เป็นบทพิสูจน์ถึงการเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง เขาได้เขียนเรื่องราวที่มากกว่าแค่การเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เขาอดทนและเผชิญหน้าต่ออุปสรรค ตลอดจนความล้มเหลวหลายมาหลายต่อหลายครั้งได้อย่างดี แถมยังมีความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานที่ไม่เคยเปลี่ยนไป ชุนซากุได้เปลี่ยนให้การต่อโมเดลของเล่นธรรมดา ๆ อย่างโดดเดี่ยวกลายเป็นกิจกรรมในระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนหลาย Generation เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างแนบแน่น เขาแสดงให้เห็นว่าความหลงใหล ความใฝ่รู้ เอาจริงเอาจัง และไล่ตามความสมบูรณ์แบบสามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ทั้งยังมอบความสุขให้กับผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกได้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้คือเส้นทางของชายที่ชื่อ ชุนซากุ ทามิยะ ได้ทิ้งเอาไว้ในโลกแห่งงานอดิเรกที่จะคงอยู่ตลอดไป
SUM UP ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ชุนซากุ ทามิยะ มา ณ ที่นี้
อ้างอิง
- https://www.facebook.com/MetalBridges/posts/pfbid02omwccw1gqukm588Qcawvo5daAFENmk9TykhjQC9bqofzJQ8a1WB454PiYnH7cMrSl
- https://tamiya.com/japan/pressrelease/20250722/index.html
- https://tamiyablog.com/2025/07/in-memoriam-mr-shunsaku-tamiya/
- https://www.tamiyausa.com/about-tamiya/
- https://www.tamiya.com/english/company/history.html
- https://blog.quedejuguetes.com/en/history-of-tamiya-modelling-manufacturer/
- https://www.hobbyco.com.au/blogs/blog/the-history-of-tamiya-from-humble-beginnings-to-global-leader
- https://en.wikipedia.org/wiki/Tamiya_Corporation
- https://en.wikipedia.org/wiki/1:35_scale
- https://www.serpent.com/xcart/?target=news_message&id=8347
