เมื่อเราพูดถึงงู หลายคนน่าจะมีภาพในหัวว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานผิวมัน มีเกล็ดปกคลุมทั่วร่างกายและไม่มีแขนขา แต่เชื่อหรือไม่ว่าบนโลกนี้มีสัตว์ที่หน้าตาคล้ายงูแต่มีแขนจนถูกขนานนามว่า ‘งูมีแขน’ ดูแล้วน่าจะเป็นสัตว์ที่ทำให้เรานึกถึงสำนวนไทยอย่าง ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่’ เสียเหลือเกิน เอ๊ะ! หรือว่าสำนวนไทยจะมีเค้าโครงมาจากสัตว์ตัวนี้กันนะ?
สัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายงูมีแขนตัวนี้มีชื่อว่า Three-toed Skinks เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่มีความสามารถในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมอันชื้นแฉะของป่า โดยเราสามารถพบสัตว์พวกนี้ได้ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย (Saiphos equalis), คาบสมุทรไอบีเรียหรือฝรั่งเศสตอนใต้ (Chalcides striatus) แม้รูปร่างหน้าตาของสัตว์พวกนี้จะมีความคล้ายกับงูเพียงใด แต่ในการจัดอนุวิธาน งูมีแขนพวกนี้อยู่ในวงศ์ย่อยของกิ้งก่าแทนที่จะอยู่ในวงศ์ของงูตามรูปร่างลักษณะที่เรามองเห็น

งูมีแขน หรือกิ้งก่า 3 นิ้วคืออะไร?
ก่อนที่เราจะไปยังสัตว์เลื้อยคลานหน้าตาประหลาดตัวนี้ เราควรมาเท้าความถึงอันดับของสัตว์เลื้อยคลานในปัจจุบันก่อน ว่าภายหลังการล่มสลายของยุคไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ที่เคยครองพิภพของเราในอดีตนั้นหลงเหลือสัตว์เลื้อยคลานเพียง 4 กลุ่มเท่านั้น คือ
- อันดับ Squamata หรือกลุ่มของงูและกิ้งก่า ซึ่งมีความหลากหลายมากที่สุดในหมู่สัตว์เลื้อยคลานปัจจุบัน คิดเป็นสัดส่วนถึง 95% ของสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมด
- อันดับ Testudines หรือเต่าและตะพาบ กลุ่มนี้มีลักษณะเด่นคือมีกระดองที่แข็งแรงหุ้มลำตัวที่พัฒนามาจากกระดูกซี่โครงและกระดูกสันหลังที่เชื่อมติดกัน
- อันดับ Crocodilia หรือกลุ่มจระเข้และแอลลิเกเตอร์ จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
- อันดับ Rhynchocephalia หรือทัวทาราซึ่งถือเป็นฟอสซิลมีชีวิตที่เก็บลักษณะดั้งเดิมของบรรพบุรุษเอาไว้ คือ มีตาที่สามบนหัวเพื่อรับแสงได้ สัตว์กลุ่มนี้พบได้เฉพาะในนิวซีแลนด์

กิ้งก่าสามนิ้วเป็นสัตว์ที่เรียกความสนใจของนักบรรพชีวินวิทยาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรูปร่างที่เหมือนงูแต่มีแขนขา ลักษณะการใช้ชีวิตที่มักหลบใต้ใบไม้ ท่อนไม้เปียก ๆ สิ่งนี้ดูแล้วคล้ายกับงูกลายพันธุ์เสียมากกว่ากิ้งก่า ทำให้นักบรรพชีวินในอดีตเชื่อว่าสัตว์ตัวนี้อาจวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษของงูน้ำที่กลับมาอาศัยบนบก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสัตว์ตัวนี้คือกิ้งก่าที่มีแขนขาเพื่อเคลื่อนที่ไปมาใต้ใบไม้เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงูน้ำ ก่อนที่วิทยาการสมัยใหม่จะเปิดเผยว่าสัตว์ตัวนี้มีความเป็นกิ้งก่ามากกว่างู อย่างไรก็ตามความสงสัยและข้อถกเถียงมากมายในตอนนั้นได้ทำให้สัตว์ตัวนี้ถูกตั้งชื่อเล่นว่า Darwin’s Monster หรือสัตว์ประหลาดของดาร์วิน
Three-toed Skinks เป็นกิ้งก่าขนาดเล็กที่มีความยาวประมาณ 10-18 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเทาถึงดำ มีลักษณะเด่นคือมีนิ้วเพียง 3 นิ้ว ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่พบในสัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่ที่จะมีนิ้ว 5 นิ้วคล้ายกับมือของมนุษย์ อย่างไรก็ตามในประชากรบางตัวอาจมีนิ้วมากกว่าสามนิ้วได้ (แต่ก็ยังเรียกสามนิ้วเหมือนเดิมนะ) ซึ่งสิ่งนี้เป็นข้อบ่งชี้ที่ว่าวิวัฒนาการยังคงทำงานอยู่ในสัตว์กลุ่มนี้ โดยที่อยู่หลักของกิ้งก่าสามนิ้วคือบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ใต้ขอนไม้ ก้อนหิน หรือกองใบไม้ที่ร่วงหล่นของป่าในแถบนี้ เนื่องจากสัตว์พวกนี้จำเป็นต้องอาศัยความชื้นในการดำรงชีวิตและหาอาหาร โดยอาหารหลักที่กิ้งก่าพวกนี้กินได้แก่ หนอนและแมลงขนาดเล็ก ๆ

อีกหนึ่งลักษณะของเจ้ากิ้งก่าสามนิ้วที่เรียกความสนใจของนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมากคือ ‘ความหลากหลายของกลยุทธ์การสืบพันธุ์’ โดยปกติแล้ว สัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่จะสืบพันธุ์ด้วยการวางไข่ (oviparous) ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถป้องกันอันตรายและพยุงชีวิตตัวอ่อนขณะพัฒนาได้ แต่กิ้งก่าสามนิ้วพวกนี้กลับมีความสามารถที่จะวางไข่ หรือออกลูกเป็นตัวได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัย โดยในพื้นที่ชายฝั่งที่แสนอบอุ่น สัตว์พวกนี้จะวางไข่ในที่ปลอดภัยและปล่อยให้ไข่ฟักตัวตามธรรมชาติ ในทางกลับกัน ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงหรือมีอากาศหนาวเย็นกว่าจะออกลูกเป็นตัวแทน เนื่องจากแม่สามารถควบคุมอุณหภูมิความชื้นในขณะที่ตัวอ่อนกำลังพัฒนาอยู่ภายในร่างกาย อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสรอดชีวิตสูงของตัวอ่อน โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกความสามารถนี้ของกิ้งก่าสามนิ้วนี่ว่า ‘ความยืดหยุ่นทางการสืบพันธุ์’ ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในอาณาจักรสัตว์
อย่างไรก็ตาม แม้กิ้งก่าสามนิ้วจะสามารถออกลูกเป็นตัวได้เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่เจ้าสัตว์ตัวนี้ก็ไม่อาจจัดให้อยู่ในจำพวกเดียวกันได้ เนื่องจากการเจริญของตัวอ่อนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในครรภ์แม่นั้นจะมีการสร้างรกขึ้นมาเพื่อขนส่งสารอาหาร แต่ในกรณีกิ้งก่าสามนิ้วนั้นเป็นการเจริญภายในไข่ในขณะที่อยู่ในท้องตัวเมีย แบบเดียวกับการเจริญของฉลามหลายชนิด
ในปัจจุบันกิ้งก่าสามนิ้วจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ (Least Concern) โดย IUCN ถึงอย่างนั้นสัตว์ชนิดนี้ก็กำลังถูกรุกรานจากการขยายตัวของสังคมเมือง และการรุกล้ำพื้นที่ป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกับสัตว์อีกหลาย ๆ ชนิดที่กำลังเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน อีกทั้งภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นส่งผลต่อประชากรริมชายฝั่งที่ต้องอพยพเข้ามาในพื้นที่ตอนในของออสเตรเลีย ขณะเดียวกันอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นนี้ยังส่งผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของตัวกิ้งก่าที่เป็น Ectothermic ซึ่งไม่สามารถผลิตความร้อนหรือระบายความร้อนได้เอง
นอกจากนี้ความสำคัญอีกอย่างของกิ้งก่าพวกนี้คือเป็นแบบจำลองตัวอย่างการศึกษาที่ยอดเยี่ยมของการศึกษาเรื่อง วิวัฒนาการของการออกลูกเป็นตัว (evolution of viviparity) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและยังมีข้อสงสัยอีกมากมายที่รอการค้นพบอยู่ รวมทั้งยังอาจเป็นร่องรอยที่บอกเราว่า บรรพบุรุษของพวกเรามีการวิวัฒนาการ หรือเตรียมการสำหรับการออกลูกเป็นตัวได้อย่างไร ดังนั้นแล้ว Three-toed Skinks จึงเป็น “ห้องทดลองธรรมชาติ” ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางวิวัฒนาการนี้ได้ดียิ่งขึ้น
อ้างอิง
- https://www.youtube.com/watch?v=CHvclYKy85w
- https://www.inaturalist.org/taxa/37213-Chalcides-striatus
- https://bie.ala.org.au/species/https://biodiversity.org.au/afd/taxa/3c037e57-9ac2-4a41-a216-1b4b06cc998f
