เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

จากศึกสายเลือดของสองร้านติ่มซำที่ไม่ค่อยอยากเห็นหน้ากันเท่าไร สู่เหตุจำเป็นที่ทำให้ลูกของทั้งสองบ้านต้องจับคู่ลงคอร์ตเทนนิสเดียวกัน ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ เริ่มต้นความสัมพันธ์ของ “เบ” กับ “ซัน” จากแต้มที่แทบจะติดลบ คนหนึ่งคือนักกีฬาที่จริงจังกับทุกอย่างและอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ส่วนอีกคนก็สุดอินดี้ที่ดูเหมือนจะสนุกกับการกวนประสาทคนตรงหน้าเป็นพิเศษ ยิ่งต้องมาเป็นแข่งกันในเกมที่มีทั้งกิจการของครอบครัว ความขัดแย้งของรุ่นพ่อ และอะไรบางอย่างในหัวใจเป็นเดิมพัน เรื่องที่ควรจะวุ่นอยู่แล้วก็เลยยิ่งวุ่นเข้าไปใหญ่

แต่ก่อนที่เบกับซันจะกลายเป็นคู่กัดที่เราเห็นกันบนหน้าจอ “เตโช-พรหมสาขา ณ สกลนคร” และ “ปิง-กฤตนัน อัญชนานันท์” เองก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะกลายเป็นคู่พาร์ตเนอร์ที่เข้าขากัน เพราะจากสองคนที่แทบไม่เคยคุยกันมาก่อน พวกเขาต้องเริ่มทำความรู้จักกันพร้อม ๆ กับการจับแร็กเกต ลงเวิร์กชอปเทนนิสนับสิบครั้ง ซ้อมกลางแดดร้อน ๆ แล้วจบวันด้วยการไปหาอะไรกินด้วยกันแทบทุกเย็น จากกีฬาที่เป็นส่วนหนึ่งของบท เทนนิสจึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนสองคนสนิทกันโดยไม่รู้ตัว ได้เห็นทั้งเวลาที่อีกฝ่ายจริงจัง เหนื่อย พลาด หรือพยายาม และความคุ้นเคยที่เกิดขึ้นตรงนั้นก็ถูกส่งต่อมาเป็นจังหวะรับส่งของเบกับซันอย่างเป็นธรรมชาติ

ยิ่งเมื่อในสนามนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน แต่ยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ” และ “อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพล” มาร่วมวงในบทของสองพ่อที่พร้อมจะฟาดกันได้ทุกเมื่อ การทำงานครั้งนี้จึงมีทั้งความเกร็ง ความสนุก และบทเรียนที่หาไม่ได้จากการซ้อมอยู่คนเดียว เพราะบางครั้งการแสดงก็ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราเตรียมมาเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าเมื่อคนตรงหน้าส่งอะไรมา เราจะรับและส่งมันกลับไปอย่างไร

บทสนทนาครั้งนี้ SUM UP เลยอยากชวน “เตโช-ปิง” กลับไปคุยกันตั้งแต่วันแรกที่แทบไม่รู้จักกัน วันที่ต้องเริ่มเรียนรู้ทั้งเทนนิสและคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของคอร์ต ไปจนถึงวันที่สองคนเริ่มรู้จังหวะของกันและกันมากพอจนแทบจะไม่ต้องพูดทุกอย่างออกมาแต่ก็เข้าใจกันในแบบง่าย ๆ และสุดท้ายแล้ว ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ อาจไม่ได้มีแค่แต้มตัดสินว่าใครแพ้หรือใครชนะ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนซึ่งเริ่มต้นจากคนแปลกหน้า ได้ค้นพบว่าการมีใครสักคนยืนอยู่ข้าง ๆ ในสนามเดียวกัน มันเปลี่ยนเกมไปได้มากแค่ไหน

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ อ่านบทครั้งแรก

ปิง : รู้สึกเลยว่าต้องเป็นเรื่องที่สนุก เพราะเป็นการทะเลาะของสองบ้านที่ต้องโต้ตอบกัน ทุกเช้า ทุกวัน มันเป็นการทะเลาะที่ไม่ได้ลงไม้ลงมือกันนะครับ เอาจริง ๆ ผมจะบอกว่าพ่อ ๆ พวกเรานี่เล่นกันดีมากทั้งพี่อ่ำและพี่ชาย ผมสองคนยืนดูอยู่ที่มอนิเตอร์นี่ดูแล้วสนุก หัวเราะกันทุกซีน อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้เรามองไปถึงมุมมองของความรักด้วย กีฬาด้วย เรื่องเพื่อน เรื่องมิตรภาพด้วย เพราะเรามีแก๊งเพื่อน ผมชอบนะ เล่นเองยังชอบเอง สนุกครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เตโช : ตอนที่ผมได้อ่านบทครั้งแรก ผมยังมองไม่ออกว่าภาพที่ออกมาจะเป็นยังไง ตอน workshop ก็ยังมองไม่ออก เหมือนผมรู้แค่พล็อตเรื่องเป็นประมาณนี้ ส่วนใหญ่เป็นการทะเลาะกัน เริ่มต้นด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ตอนเด็ก ๆ มากมาย ก็ยังมองไม่ออก รู้แค่ว่าซีนทะเลาะเยอะ ก็ยังมองภาพไม่ออก เลยคิดว่าน่าจะเป็นเทนนิสจริงจังขั้นสุดเลย แต่พอได้มารู้จริง ๆ ตอนเริ่มถ่าย เริ่มเห็นภาพมาก ๆ ว่าจริง ๆ แล้วเนื้อเรื่องเป็นยังไงบ้าง มีอะไรบ้าง เทนนิสมีประมาณไหน เริ่มเข้าใจมากขึ้นครับ ก็เลยเริ่มรู้สึกสนุกกับบทมาก ถึงซีนทะเลาะกันของพ่อ ๆ พวกเราจะเยอะก็จริง แต่ไม่ใช่ก็ทั้งหมดทีเดียว เพราะมันจะมีเรื่องราวหวาน ๆ ของเราสองคนอยู่ในเรื่องด้วย เช่นเริ่มต้นอย่างนี้ แต่ช่วงกลาง ๆ หลัง ๆ ก็ปิดด้วยเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ทำให้ยิ้มกันได้ครับ ผมคิดว่าคนเขียนบทเรื่องนี้ดี เท่าที่ผมถ่ายจนจบมันมีหลายแพตเทิร์น มีหลายอารมณ์ ผมเล่นไม่ซ้ำจำไม่ได้ (หัวเราะ)

ปิง : ก็คือว่า ตอนนั้นพี่อ่ำจะเล่นไปเรื่อย ๆ ของเขา เขาจะเล่นไม่เหมือนเดิม พวกเราเลยแซว ๆ พี่อ่ำกันว่า “เล่นไม่ซ้ำ จำไม่ได้”

เตโช : ใช่ คำนี้ใช้ได้จริง มันมีหลายอารมณ์ครับ คือมันครบในเรื่องเดียว สนุกมาก ๆ ครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

พูดถึงเบกับซันให้ฟังหน่อย

เตโช : สำหรับเบ เขาเป็นตัวละครที่กวนมากครับ กวนแบบมีสไตล์เฉพาะตัว เพราะพื้นฐานเขาเป็นเด็กสายอาร์ต ความเป็นศิลปินในตัวมันเลยทำให้การกระทำหลาย ๆ อย่างของเขาดูคาดเดาไม่ได้ มีความนอกกรอบ และมักจะมีอะไรที่คนอื่นคิดไม่ถึงโผล่มาเสมอ

ถ้ามองจากภายนอก เบอาจจะดูเป็นคนง่าย ๆ ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน เป็นคนกวน ๆ ปากแจ๋ว พูดอะไรไม่ค่อยคิด แต่จริง ๆ แล้วเส้นทางกว่าที่เขาจะโตมาเป็นเบในทุกวันนี้ มันผ่านเรื่องราวและผ่านอะไรมาเยอะมาก พอมองลึกลงไป ตัวละครนี้เลยมีมิติและมีปมข้างในที่น่าสนใจกว่าแค่ความกวนที่เห็นข้างนอกครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ปิง : ตัวซันจะเป็นคนที่มุ่งมั่นและตั้งใจมาก ๆ ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าค่อนข้างเหมือนตัวผมเองเลย เวลาที่ผมตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง พลังงานและความโฟกัสมันจะคล้ายกับซันมาก

ความสนุกหลัก ๆ ของผมคือการได้มารับ-ส่งอารมณ์กับเตโช ได้เข้าฉากจิกกัด ปะทะคารมกันตลอดเวลา แต่ลึก ๆ ข้างใน ตัวละครมันยังมีความหวังดีให้กันอยู่ มันเหมือนฟีลที่เราอยู่กับเพื่อนสนิท กัดกัน แซวกันแรงแค่ไหนก็ไม่เคยคิดจะลงไม้ลงมือ ทะเลาะกันได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ลืม เดี๋ยวก็หลุดขำ แล้วก็กลับมาคุยกันดี ๆ ได้เหมือนเดิม ไดนามิกแบบนี้เวลาเล่นด้วยกันมันเลยสนุกและเป็นธรรมชาติมากครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

กีฬาเทนนิสครั้งแรกในชีวิต 

ปิง : ไม่เคยเล่นมาก่อนเลยครับ เราทั้งคู่เลยต้องไปเวิร์กชอปเรียนเทนนิสกันจริงจัง ก่อนถ่ายตัว Pilot เราเรียนกันไปประมาณ 15 ครั้งได้ ช่วงแรกที่เริ่มเรียนก็จะมีเวลาครั้งละ 1 ชั่วโมง ต้องนั่งรถไปค่อนข้างไกล แต่พอเรียนแค่ชั่วโมงเดียวรู้สึกว่าแป๊บเดียวก็หมดเวลาแล้ว ยังไม่ทันเหนื่อยเลย พวกเราเลยขอครูเพิ่มเป็นครั้งละ 2 ชั่วโมง จะได้คุ้มกับการเดินทางและได้ซ้อมจนเหนื่อยจริง ๆ

หลังจากถ่าย Pilot เสร็จก็ยังเรียนต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ สัปดาห์ละวันสองวัน เพราะเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัว มันไม่เหมือนแบดที่พอจะตีโต้ไปเรื่อย ๆ ได้ แต่เทนนิสมีเรื่องวงสวิงที่เป็นเลข 8 ต้องกะจุดตกของลูก ต้องจัดระเบียบร่างกาย ดูเหมือนง่ายแต่มันยากมาก โดยเฉพาะท่าเสิร์ฟ อันนี้ยากที่สุดสำหรับผมเลย พออยากให้ภาพออกมาดูเป็นนักกีฬาจริง ๆ ผมก็บอกให้ครูสอนท่าเสิร์ฟแบบมือโปร เวลาเสิร์ฟขาต้องก้าวข้ามเส้นไป ห้ามเหยียบเส้น ให้เหมือนกำลังแข่งในสนามจริง ทุกซีนที่ต้องลงสนามเทนนิสคือจัดเต็มมาก แดดจะร้อนหรือเหนื่อยแค่ไหนพวกเราก็สู้ครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เตโช : ถ้าพูดถึงทักษะในการตีเทนนิส ผมมองว่ามันมี 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องทำไปพร้อม ๆ กันในเสี้ยววินาที คือ 1. ท่าทางและการจัดระเบียบร่างกายต้องถูกต้อง 2. ต้องอ่านทิศทางและจุดตกของลูกบอลให้ออก และ 3. ขาทั้งสองข้างต้องขยับเพื่อเข้าหาบอลตลอดเวลา สามอย่างนี้ต้องทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไปหรือก้าวขาผิดจังหวะนิดเดียว ต่อให้ฝึกมาดีแค่ไหนก็ตีพลาดได้ทันที มันยากตรงนี้เลยครับ

แต่ถึงจะเหนื่อยก็สนุกและท้าทายมาก เพราะเวลาเข้าฉาก เราไม่ได้แค่ตีเทนนิสอย่างเดียว แต่ต้องจำบล็อกกิงกล้องและจำบทพูดไปด้วยพร้อมกัน มันเหมือนสมองต้องแยกการทำงานและใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ตักตวงประสบการณ์ จะได้รู้ด้วยว่าเราชอบไหม ทำได้แค่ไหน ถือเป็นพาร์ตการทำงานที่คุ้มค่ามากครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

การพบกันครั้งแรกของ เตโช – ปิง

เตโช : ผมมองว่าเป็นการปรับจูนเข้าหากันของพวกเราทั้งคู่ครับ วันแรกที่เจอกันเราแทบไม่ได้คุยกันเลย บรรยากาศยังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ได้สนิทกันเหมือนตอนนี้ ต้องขอบคุณทางกองถ่ายจริง ๆ ที่ส่งพวกเราไปเรียนเทนนิสด้วยกัน ผมว่าจุดเปลี่ยนทุกอย่างมันเริ่มจากตรงนั้น ถึงเวลาตีเทนนิสจะไม่ได้มานั่งคุยเรื่องส่วนตัวอะไรกันเยอะ แต่สายตา จังหวะ และนิสัยหลาย ๆ อย่าง มันสื่อถึงกันและแสดงออกมาผ่านกีฬา เป็นการละลายพฤติกรรมระหว่างเราสองคนไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

พอมาถึงช่วงถ่ายทำจริง ทำงานด้วยกันเต็ม ๆ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ วันที่เหนื่อยมาก ๆ เราแทบไม่ต้องคิดอะไรแล้ว มันทำให้เราได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกันแบบไม่มีกำแพงเลย การปรับตัวของเราไม่ได้เกิดจากการมานั่งพูดคุยหรือตกลงกัน แต่เป็นการสังเกตและใส่ใจพฤติกรรมของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ ทั้งหมดเลยครับ เราแคร์ความรู้สึกกันจนรู้จังหวะว่าใครจะพูดก่อน ใครจะเริ่มก่อนในซีน เราตกลงกันได้ ยอมกันได้ ไม่เคยมีใครยึดตัวเองเป็นหลัก มันเลยทำงานและอยู่ด้วยกันได้สบายใจมาก ๆ

ในพาร์ตการแสดง เรื่องนี้มีอะไรใหม่ ๆ ที่ผมไม่เคยเจอเยอะมาก ทั้งเรื่องบท และการสวิตช์อารมณ์หลาย ๆ แบบในซีนเดียว ซีนที่มีความสุขก็พุ่งไปเลย แต่ซีนที่ต้องเปลี่ยนจากลบไปบวก หรือบวกกลับมาลบ มันท้าทายมาก แต่การมีเขาอยู่ข้าง ๆ มันก็ช่วยส่งพลังให้เราผ่านไปได้ครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ปิง : ตอนแรกยอมรับเลยว่าผมไม่ค่อยชิน เพราะตลอดมาผมเป็นน้องเล็กมาตลอด พอเรื่องนี้ต้องมาเป็นพี่ เราก็กังวลว่าต้องทำตัวยังไง จะดูแลและนำน้องได้ดีไหม แต่พอได้มาอยู่กับเตโชจริง ๆ ทุกอย่างมันเบลนด์เข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติมาก เตโชเขาเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ชิลล์มาก ซึ่งต่างจากผมที่ค่อนข้างจริงจัง พอได้ไปซ้อมเทนนิสด้วยกัน เราก็เริ่มคุยกันเยอะขึ้น ยิ่งช่วงหลัง ๆ คุณครูเปลี่ยนเวลาให้มาเรียนตอนเย็น พอซ้อมเสร็จปุ๊บ เราสองคนก็ต้องชวนกันไปกินสุกี้ ไปกินข้าวด้วยกันต่อทุกวัน กลายเป็นรูทีนที่ต้องมีเขาไปด้วยตลอด มันเลยทำให้พวกเราสนิทและกระชับความสัมพันธ์กันได้เร็วมาก ๆ

ช่วงถ่ายทำที่ต้องอยู่ด้วยกันทั้งวัน เป็นช่วงที่ได้รู้จักตัวตนของเขาชัดที่สุด ช่วงแรก ๆ เขาอาจจะมีมุมงอแง มีโหมดอ้อน ๆ บ้าง ซึ่งก็น่ารักดีครับ แต่พอถ่ายไปเรื่อย ๆ ผมเห็นเลยว่าเขาตั้งใจและสู้มาก เวลาเหนื่อยก็เปิดใจบอกกันตรง ๆ มีวันหนึ่งผมเห็นเขาเหนื่อยเลยถามเขาว่า ‘เหนื่อยมั้ย?’ เขาหันมาตอบผมว่า ‘จะเหลือเหรอพี่’ ถึงปากจะตอบแบบนั้น แต่แววตาของเขายังสู้และไม่เคยยอมแพ้เลย ระหว่างการถ่ายทำเรื่องนี้ ผมได้เห็นการเติบโตและการปรับตัวของเขา ได้เห็นเขาค่อย ๆ โตขึ้นทีละนิดในสายตาผม มันรู้สึกดีมากครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน
เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

มิตรภาพใน ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ 

ปิง : ในกองก็จะมีแก๊งเพื่อน ๆ วัยรุ่นเยอะมากครับ ทั้งจาว่า, มิจิรุ, ไหมไท และคนอื่น ๆ อีกหลายคนเลย บรรยากาศเลยคึกคักตลอด แต่คนที่เรียกว่าโดดเด่นและสร้างสีสันจัด ๆ เลยคือมิจิรุ ด้วยความที่เขาเป็นนักเต้น ในตัวเขาก็จะมีความไฮเปอร์ มีความดีด และมีความอะเลิร์ตอยู่ตลอดเวลา เป็นพลังงานบวกที่ช่วยดึงเอเนอร์จี้ของทุกคนในกองขึ้นมาได้ดีมาก ๆ พอช่วงไหนที่ทุกคนเริ่มเหนื่อย กองเริ่มเงียบ หรือเริ่มยม ๆ กัน ก็จะมีคนบอกว่า ‘มิจิรุ เต้นให้ดูหน่อย’ เขาก็พร้อมเต้นสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเราทันที กลายเป็นการบูสต์พลังให้ผมกับทุกคนในกองฮึบขึ้นมาได้ครับ

เตโช : บรรยากาศในกองสนุกและเฮฮามากครับ สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการได้เห็นวิธีการทำงานของพี่ ๆ นักแสดงหลาย ๆ คน ได้เรียนรู้และแอบเก็บทริกการแสดงจากแต่ละคนมาปรับใช้กับตัวเอง เพื่อน ๆ ทุกคนน่ารักและเป็นทีมที่ดีมาก สำหรับรุ่นพี่อย่างพี่ซิงกับพี่ชิม่อน พี่ ๆ เขาน่ารักมากครับ จุดที่ทำให้สนิทและปลดล็อกกันสุด ๆ คือตอนไปเอาต์ติงด้วยกัน ทริปนั้นทำให้เราได้เห็นตัวตนจริง ๆ ของพี่เขา ได้คุยกันเต็มที่จนสนิทใจกันมากขึ้นเยอะเลยครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เรียนรู้จากรุ่นใหญ่ พี่อ่ำ – พี่ชาย 

ปิง : ทั้งพี่อ่ำและพี่ชายคือมืออาชีพตัวจริงระดับตำนานเลย ทำการบ้านอ่านบทแค่นิดเดียวก็พร้อมใส่เต็มร้อย ซัดกันนัวมาก เวลาที่พ่อทั้งสองคนเข้าฉากปะทะกันในเรื่องคือเดือดและมันส์สุด ๆ ยิ่งเวลาที่เราต้องเข้าไปอยู่ในซีนเดียวกับพวกพี่เขา ได้เห็นการแสดงสด ๆ ตรงหน้า มันสนุกมากครับ คำพูดที่เขาใช้โต้ตอบกัน นอกเหนือจากในบทแล้ว พี่ ๆ เขายังมีอิมโพรไวส์เสริมเข้าไป ทำให้เกิดเมจิกโมเมนต์สดใหม่ตลอด ถ้าแฟน ๆ ได้ดูในซีรีส์บอกเลยว่าสนุกแน่นอนครับ

ส่วนเรื่องความประทับใจและการซัปพอร์ต ผมประทับใจพี่ชายมาก ๆ ด้วยความที่ผมเล่นเป็นลูกของพี่เขา เลยมีซีนที่ต้องเข้าคู่กันเยอะมาก โดยเฉพาะซีนอารมณ์ พี่ชายคือส่งพลังให้ผมหมดแบบไม่มีกั๊กเลยจริง ๆ มีบางซีนที่กล้องไม่ได้จับหน้าเขา กล้องจับแค่หน้ารับของผมคนเดียว พี่ชายที่ยืนอยู่หลังกล้องก็ยังเล่นเต็มร้อยเพื่อส่งอารมณ์ให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งบางคนถ้ากล้องไม่ได้รับหน้า เขาอาจจะไม่ส่งขนาดนี้ แต่พี่ชายส่งให้ตลอดเวลา

ยอมรับว่าช่วงแรก ๆ ตอนถ่ายคิวแรก EP.1 ผมประหม่ามาก เพราะเราดูผลงานพี่ชายมาตั้งแต่เด็ก พอมาเล่นเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ ก็เกร็งจัด แต่มีซีนหนึ่งที่ต้องเดินเข้าหลังบ้านด้วยกัน จังหวะนั้นพี่ชายพูดบทแล้วเกิดลิ้นพันกันขึ้นมาจนต้องคัตถ่ายใหม่ พอเห็นมุมหลุด ๆ น่ารัก ๆ ของรุ่นใหญ่อย่างพี่ชาย มันเลยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและลดความเกร็งลงไปได้เยอะเลยครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน
เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เตโช : ผมชอบพาร์ตการอิมโพรไวส์ของพี่ ๆ เขามากครับ มันทำให้เห็นเลยว่าชั่วโมงบินและประสบการณ์ของนักแสดงรุ่นใหญ่คือของจริง เขารู้ชัดเจนว่าซีนนี้ต้องการสื่อสารอะไร และต้องพาอารมณ์ไปจบตรงจุดไหน คำพูดที่พี่ ๆ เขาเสริมเข้ามาสด ๆ คือสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเอามาใช้ในบริบทนี้ได้ แล้วยังคุมให้อยู่ในเส้นเรื่องได้ดีมาก ๆ ที่สำคัญคือมันตลกและคมมาก ฟังครั้งแรกยังไงก็ขำ บางซีนกล้องจับหน้ารับที่ผมอยู่ ผมยังแทบจะกลั้นขำไม่อยู่เลยครับ แม้แต่พี่ฉิก ผู้กำกับ ที่นั่งดูอยู่หลังมอนิเตอร์ยังหลุดขำออกมา ถ้าเป็นผมลองไปอิมโพรไวส์แบบนั้นคงลืมบทไปแล้วแน่นอน

การได้มารับบทเป็นลูกของพี่ ๆ รุ่นใหญ่ระดับนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก พลังและฝีมือการแสดงของพวกพี่เขาถึงเครื่องจริง ๆ เป็นของจริงที่ช่วยดึงให้การแสดงของพวกเราพัฒนาตามไปด้วย ได้เรียนรู้เทคนิคและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากพี่เขามาเยอะมาก ๆ ครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เสน่ห์ของความรักระหว่าง ‘เบ’ กับ ‘ซัน’

เตโช : ผมมองว่ามันเริ่มมาจากความไม่เข้าใจกันและทิฐิข้างในครับ ในช่วงแรกของเรื่อง ตัวละครเบจะมีความเป็นคนไม่ยอมคนเลย ถ้าซันอยากได้หรือต้องการอะไร เราจะต้องขัดและต้องเป็นฝ่ายชนะให้ได้ ไม่เคยคิดจะยอมลงให้เด็ดขาด

แต่พอเวลาผ่านไป และเราได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาด้วยกัน มันเริ่มมีอะไรบางอย่างค่อย ๆ เปลี่ยนไป ทำให้คนที่ดื้อและกวนอย่างเบยอมลดทิฐิแล้วยอมให้ซัน ซึ่งการยอมตรงนั้นมันอาจจะไม่ได้เริ่มจากคำว่าชอบในทันที แต่มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา ส่วนสิ่งนั้นคืออะไร และอะไรทำให้เบยอมเปลี่ยนไป ต้องไปติดตามดูในซีรีส์กันครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ปิง : เสน่ห์ของคู่นี้อยู่ที่ความรู้สึกลึก ๆ ข้างในใจของพวกเขาทั้งสองคนครับ ภาพภายนอกคนดูอาจจะเห็นว่าซันกับเบเป็นคู่กัดที่ชอบทะเลาะและปะทะกันตลอดเวลา แต่ถ้ามองลึกลงไปข้างในจริง ๆ มันเต็มไปด้วยความรักและความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่เสมอ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำตัวไม่น่ารัก หรือเคยทำอะไรผิดต่อเราไว้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายในใจลึก ๆ เราก็ยังตัดความห่วงใยที่มีให้เขาไม่ขาดอยู่ดี ผมคิดว่าความผูกพันที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากแข็งตรงนี้แหละครับ คือความพิเศษที่ทำให้อบอุ่นหัวใจมาก ๆ

เสน่ห์ของความรักใน  ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ 

เตโช : เสน่ห์ของความรักในเรื่องนี้คือมันสะท้อนให้เห็นว่า ความรักมีได้หลากหลายรูปแบบมาก ๆ มันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากความรู้สึกบวกเสมอไป แต่มันเริ่มจากติดลบ แล้วค่อย ๆ ปรับความเข้าใจ ฝ่าฟันอุปสรรค ขยับขึ้นมาที่ศูนย์ และกลายมาเป็นบวกได้

พอมาถึงจุดที่รักกันได้จริง ๆ แล้วย้อนกลับไปมองว่าเราสองคนผ่านอะไรกันมาบ้าง มันทำให้เห็นคุณค่าของทุกเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยกัน ความรักมันไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไปหรอกครับ มันมีทั้งจังหวะที่เป็นบวก จังหวะที่ติดลบ จังหวะที่ไม่เข้าใจหรือทะเลาะกัน แต่สุดท้ายถ้าเราช่วยกันประคับประคอง เคลียร์ใจกันได้ และก้าวผ่านมันมาได้จนจบลงอย่างสวยงาม ผมมองว่าตรงนี้แหละครับคือเสน่ห์ที่แท้จริงของความรัก

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน
เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ปิง : เสน่ห์ของเรื่องนี้มันมีทั้งความรักระหว่างเบกับซัน และความรักระหว่างพ่อกับลูกเลยครับ ในพาร์ตของเบกับซัน ด้วยความที่บ้านเราอยู่ติดกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกัน มันเลยไม่ได้เป็นการเกลียดกันจริง ๆ แต่มันเป็นสายใยและความสัมพันธ์ที่พิเศษมาก ๆ มองออกมานอกบ้านก็เจอกันตลอด เดินออกมาหน้าบ้านก็ดันมีเมจิกโมเมนต์ที่เปิดประตูมาเจอกันพอดี มันเป็นความผูกพันของคนที่รู้จักกันมาทั้งชีวิต ที่ต่อให้ภายนอกจะตีกันแค่ไหน แต่ลึก ๆ ทุกการกระทำมันยังมีความเป็นห่วงซ่อนอยู่เสมอ

ส่วนความรักระหว่างพ่อกับลูกก็มีเสน่ห์มากเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าการแคสติงเรื่องนี้เป๊ะมาก รู้สึกว่าตัวเองหน้าตาคล้ายพี่ชายจริง ๆ จนเราเชื่อไปกับบทสนทนาและตัวละคร บางทีอยู่นอกซีน ไม่ได้เข้าฉาก ผมก็ยังติดเรียกพี่ชายว่า ‘ป๊า’ เวลาถ่ายรูปคู่กันก็รู้สึกถึงความเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ เลยครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน
เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ขอบคุณ และ ขอบคุณ

ปิง : อยากฝากถึงแฟน ๆ ทุกคนที่คอยซัปพอร์ตและอยู่เคียงข้างพวกเรามาตลอด รวมถึงแฟน ๆ ที่เพิ่งจะผ่านมาเห็นและได้รู้จักพวกเราจากซีรีส์เรื่องนี้ด้วยนะครับ อยากฝากผลงานเรื่อง ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ ไว้ในใจของทุกคนด้วยนะ

และที่สำคัญที่สุด อยากฝากคู่ “เบ-ซัน” และ “เตโช-ปิง” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยครับ เรื่องนี้พวกเราสองคนตั้งใจและทุ่มเทกันมาก ๆ ซ้อมเทนนิสด้วยกัน ทำงานด้วยกันเต็มที่ในทุก ๆ วัน เพราะเป้าหมายเดียวของพวกเราคืออยากให้ทุกคนที่ดูผลงานชิ้นนี้ได้ยิ้มตาม มีความสุข และอินไปกับความสัมพันธ์ของพวกเราในเรื่อง ทุกฝ่ายทั้งทีมนักแสดงและพี่ ๆ เบื้องหลังใส่ใจกันเต็มร้อยจริง ๆ อยากให้เปิดใจมารับพลังความรักและความอบอุ่นที่พวกเราตั้งใจเสิร์ฟให้ทุกคนนะครับ ฝากเอ็นดูและคอยเชียร์พวกเราไปจนถึงแต้มสุดท้ายเลยนะ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

เตโช : อยากฝากถึงแม่ ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ และแฟนคลับทุกคนเลยนะครับ สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรกที่ผมทุ่มเทหนักและใส่สุดตัวขนาดนี้ แต่บอกตรง ๆ ว่าเป็นการเหนื่อยที่รู้สึกคุ้มค่ามาก ๆ เพราะตลอดการทำงานเรามีทั้งความตั้งใจและมีพาร์ตเนอร์ที่ดีที่คอยลุยมาด้วยกัน อยากฝากเนื้อฝากตัว ฝากให้ทุกคนช่วยเอ็นดูตัวละคร “เบ” และที่ขาดไม่ได้เลยคือฝากเอ็นดู “ซัน” ตัวละครของพี่ปิงด้วยนะครับ อยากให้เปิดใจรักและติดตามพวกเราทั้งสองคนไปพร้อม ๆ กัน

เป็นผลงานที่พวกเราอยากให้ทุกคนได้เข้ามาดูจริง ๆ ต่อให้จะแค่แวะผ่านมาดูสักนิดหนึ่งก็ยังดีครับ เพราะทั้งผม พี่ปิง และทีมงานทุกคนตั้งใจกันมาก อยากให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นความสุขและรอยยิ้มเล็ก ๆ ในแต่ละวันของทุกคน ลองแวะมาชิมติ่มซำ มาดูพวกเราหวดเทนนิส และมาคอยลุ้นความสัมพันธ์ของเบกับซันไปพร้อมกันนะครับ สัญญาว่าพวกเราจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอนครับ

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

บางทีความสัมพันธ์ก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าเราต้องเริ่มต้นกันอย่างดี เข้าใจกันตั้งแต่แรก หรือไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เลยสักครั้ง เพราะในชีวิตจริง เราต่างเคยมีวันที่เข้าใจผิดกัน มีเรื่องให้ทะเลาะ มีทิฐิที่ไม่ยอมลดละกัน และมีบางช่วงที่ความสัมพันธ์ดูเหมือนกำลังเสียแต้มมากกว่าได้แต้มกลับคืนมา สิ่งสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเราเคยเริ่มต้นกันตรงไหน แต่อยู่ที่ระหว่างทางนั้น เรายังเลือกจะทำความเข้าใจคนตรงหน้าอยู่หรือเปล่า

เช่นเดียวกับ “เบ” และ “ซัน” ที่ต้องใช้เวลาค่อย ๆ ขยับความสัมพันธ์จากติดลบกลับมาที่ศูนย์ ก่อนจะเดินต่อไปยังพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างยอมวางบางอย่างของตัวเองลง ความรักใน “Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ” จึงไม่ได้มีเพียงความหวานของคนสองคน แต่ยังมีความรักของครอบครัว มิตรภาพ และความผูกพันที่บางครั้งซ่อนตัวอยู่หลังการทะเลาะกันเสียงดังที่สุด เพราะการรักใครสักคนไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่อาจหมายถึงต่อให้เกมตรงหน้าจะเล่นยากแค่ไหน เราก็จะยังไม่รีบเดินออกจากสนาม

และเมื่อแต้มสุดท้ายของเกมมาถึง สิ่งที่เหลืออยู่อาจไม่ใช่แค่คำถามว่าใครเป็นฝ่ายชนะ เพราะบางความสัมพันธ์ไม่ได้ต้องการผู้ชนะตั้งแต่แรก ขอเพียงในวันที่เกมจบลง เรายังมีใครบางคนที่อยากหันกลับไปมอง แล้วรู้สึกว่า อย่างน้อยก็ดีแล้วที่ครั้งหนึ่ง เราเคยได้เล่นอยู่ในสนามเดียวกัน

เตโช พรหมสาขา, ปิง กฤตนัน

ติดตามได้ในซีรีส์ ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’
ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20:30 น. ดูทีวี ช่อง GMM25
ดูย้อนหลัง แอป oneD ที่เดียว เวลา 21:30 น.

AUTHOR

ทะเล จำปี ดนตรี ทราย และ ฉัน

ความสำเร็จอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ที่ไหน