เครียด จน กินเหล้า เศร้า เหงา อกหัก ก็กินเหล้า แอลกอฮอล์ลิสซึมเริ่มคืบคลานเข้าสู่นักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความอยากรู้ อยากลองของวัยรุ่น บ้างดื่มเพื่อแก้เครียด บ้างดื่มเอาสังคม รวมถึงการดื่มเพื่อคลายเครียดจากการทำงาน และเป็นที่ยอมรับในสังคม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุที่ทำให้การบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น สวนกระแสเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพง
แต่ที่น่าตกใจก็คือ ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2567 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็นสัดส่วน 35.2% ของประชากรทั้งหมด หรือมีจำนวน 20.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 64 ที่มีสัดส่วน 28% หรือมีจำนวน 16 ล้านคน เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก และบ่อยครั้งหรือดื่มเฉลี่ย 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ เป็นรายจังหวัด พบว่า 5 จังหวัดแรกที่มีสัดส่วนผู้ที่ดื่มหนักและบ่อยครั้งสูงที่สุด ได้แก่ บุรีรัมย์ ราชบุรี ตาก อ่างทอง และอุตรดิตถ์ โดยมีสัดส่วนสูงมากกว่า 12%
ขณะที่การศึกษาของ American Heart Association พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ที่หนักและมีความถี่ไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมเสี่ยงอื่น เช่น การขับรถในขณะมึนเมา และความรุนแรงในครอบครัว
สถิติการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงปี 2550 – 2567 จำนวนผู้ดื่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 15.3 ล้านคน คิดเป็น 30% ในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 20.9 ล้านคน คิดเป็น 35.2% ในปี 2567 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ดื่มสม่ำเสมอ 8.3 ล้านคน คิดเป็น 14% และเป็นผู้ที่ดื่มนาน ๆ ครั้ง 12.6 ล้านคน คิดเป็น 21.2% และเพศชายมีอัตราการดื่มสูงกว่าเพศหญิงถึง 3.3 เท่า คิดเป็น 55.7% และ 16.7% ตามลำดับ โดยชนิดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เบียร์ 58.3% รองลงมาคือ สุราขาว/สุรากลั่นชุมชน/ยาดองเหล้าบ๊วย/วอดก้า/เหล้าจีน 24.2%, สุราสีและสุราแดง 14.5%, ไวน์คูเลอร์/สุราผสมน้ำผลไม้ 2.0%, ไวน์องุ่น/ไวน์ผลไม้/แชมเปญ 0.8% และน้อยที่สุดคือ สุราแช่พื้นบ้าน (สาโท อุ กระแช่ ฯลฯ) และโซจู 0.1%
นักดื่มหนักประจำ (ดื่มบ่อยและปริมาณมาก) เฉลี่ยใช้จ่ายในการดื่มประมาณ 3,722 บาทต่อเดือน เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำที่เฉลี่ยประมาณ 340 บาทต่อวัน ถือเป็นรายจ่ายที่มีน้ำหนักมาก อย่างไรก็ตาม หากดูภาพรวมเชิงครัวเรือนเฉลี่ย รายจ่ายด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะอยู่ที่ประมาณ 295 บาทต่อคน ต่อเดือน หรือคิดเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของค่าใช้จ่ายครัวเรือน แต่คนกลุ่มที่ดื่มหนักเป็นตัวขับเคลื่อนต้นทุนทางสังคมและสุขภาพ
ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกปี 2557 ระบุว่า ประเทศไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับที่ 78 ของโลก เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง คิดเป็นค่าใช้จ่ายค่าสุราคนละ 509 บาทต่อวัน หรือประมาณ 6,108 บาทต่อปี
