อีกแค่อึดใจเดียว มหกรรมกีฬาระดับโลกหรือ “โอลิมปิก” โดยรอบนี้จัดขึ้นที่ “ปารีส ประเทศฝรั่งเศส 🇫🇷” กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วในอีก 1 สัปดาห์
แน่นอนว่าปีนี้ประเทศไทย 🇹🇭 ก็เป็นส่วนนึงในการส่งนักกีฬาของชาติไปมีส่วนร่วมกับมหกรรมกีฬาในครั้งนี้ โดยได้โควต้านักกีฬาทั้งหมด 51 คน แบ่งเป็นชนิดกีฬาที่ทำการได้สิทธิ์แข่งขัน 16 ชนิด ซึ่งก็มีทั้งกีฬาหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ไทยสามารถคว้าสิทธิ์ได้รับการแข่งขันเพื่อลุ้นเหรียญโอลิมปิกไปครอบครอง โดยวันนี้เราจะพาไปติดตามเหล่าทัพนักกีฬาที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้ รวมถึงช่องทางการติดตามลุ้นส่งแรงเชียร์นักกีฬาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ
พร้อมไปติตดามโอกาสของนักกีฬา ความหวังในการได้ลุ้นเหรียญกีฬาต่าง ๆ รวมไปถึงความสนุกที่กำลังจะเริ่มขึ้นตั้งแต่พิธีเปิดในคืนวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม ถึง 11 สิงหาคม เกือบหนึ่งเดือนนี้มาติดตามทัพนักกีฬาไทยไปพร้อม ๆ กัน
ตั๋วแรกจากกีฬายิงปืน
โอลิมปิกครั้งนี้ไทยได้สิทธิ์โควต้ากีฬายิงปืนถึง 3 ใบ โดยมี 3 ประเภทที่ได้รับการแข่งขันคือ ปืนสั้นระยะ 25 เมตร (หญิง), ปืนสั้นอัดลมหญิงระยะ 10 เมตร (หญิง), และ ปืนยาว 3 ท่า ระยะ 50 เมตร (ชาย)
โดยตั๋วใบแรกของไทยได้มาจาก “ธันย่า” ธันยพร พฤกษกร จากจุดเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2008 ที่ปักกิ่งสู่การเข้ามาแข่งครั้งที่ 5 ในปีนี้ ด้วยการคว้าอันดับ 5 จากศึกยิงปืนชิงแชมป์โลก ประเทศอาเซอร์ไบจาน 🇦🇿 ในประเภทปืนสั้นระยะ 25 เมตร โดยเป็นผลพ่วงจากอันดับ 1 – 4 ที่ได้สิทธิ์ไปแล้ว ทำให้เธอได้โอกาสที่จะได้มาโชว์ผลงานอีกครั้งในโอลิมปิก
นอกจากนี้ยังมีโอกาสแรกของ 2 นักกีฬายิงปืนอย่าง “น้องน้ำ” กมลลักษณ์ แสนชา และ “ลูกหมุน” ทองผาภูมิ วงศ์สุขดี ที่เข้าชิงในในประเภทที่ทำการแข่งขันจนสามารถคว้าตั๋ว 2 ใบสุดท้ายได้สิทธิ์เข้ามาแข่งขันในโอลิมปิกครั้งนี้
นับเป็นโอกาสที่ดีของฝั่งทัพแม้นปืนที่จะได้สร้างผลงานจากผู้มีประสบการณ์และนักกีฬายอดฝีมือหน้าใหม่ที่อาจเป็นความหวังในการลุ้นเหรียญจากกีฬาขนิดนี้มาได้
สายนักตบ ทัพขนไก่ขวัญใจไทย และลูกเด้งสาวหน้าใหม่
ในส่วนกีฬาสายตบ ทั้งแบดมินตันและเทเบิลเทนนิส (ปิงปอง) ก็ขนนักกีฬายอดฝีมือและชื่อดังของวงการที่พร้อมลุ้นโอกาสคว้าเหรียญให้กับไทยในครั้งนี้
ในส่วนตบขนไก่ไทยขนชุดผู้เล่นมากสุดในชนิดกีฬาถึง 9 คน โดยมีชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ชายคู่,หญิงคู่, และคู่ผสม มีโอกาสที่อาจจะได้เก็บเหรียญสักสีให้กับทีมชาติไทยในแต่ละประเภทที่แข่งขัน
ในประเภทเดี่ยวทั้งชายและหญิงนำทัพด้วยยอดนักตบไทยอย่าง “แชมป์โลกชายวิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เต็งทองประเภทชาย, “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่มาร่วมกับ “เมซ้าย” ศุภนิดา เกตุทอง ที่พร้อมล่าเหรียญที่ปารีส
ฝั่งทีมผสม (ชาย) “เอ็ม-สกาย” สุภัค จอมเถาะ และ กิตตินุพงษ์ เกตุเรนที่เข้ามาสู่โอลิมปิกครั้งแรก และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่ชายคู่ได้เข้าร่วมในศึกนี้, “กิ๊ฟ-วิว” จงกลพรรณ กิติธรากุล และ ธวินดา ประจงใจ ดูโอหญิงคู่ที่กลับมาล่าเหรียญอีกครั้ง, และขวัญใจชาวขนไก่คู่ผสม “บาส-ปอ” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ที่ล่าได้แชมป์ 3 รายการก่อนศึกนี้ และกำลังกระหายในเหรียญโอลิมปิกทรงคุณค่าอีกครั้งของพวกเขา อาจได้สมหวังสักครั้งกับชุดกีฬาประเภทคู่ในปีนี้
สำหรับลูกเด้งปิงปองที่ปีนี้ได้ 3 สาว ในประเภทหญิงเดี่ยว และทีมหญิง โดยมี “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร, “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง, และน้องใหม่ “บัว” จิณห์นิภา เสวตรบุตร ที่เข้ามาด้วยอันดับที่ 11 ของโลก หลังจากทะลุมาถึง 16 ทีมสุดท้ายของศึกเทเบิลเทนนิสชิงแชมป์โลก จึงส่งให้ไทยได้ 1 ใน 16 ทีมสุดท้ายของโอลิมปิกครั้งนี้อีกด้วย
กีฬาทางน้ำไทยที่น่าสนใจ
ณ ที่นี่ขออนุญาตรวบรวมกีฬาที่เกี่ยวข้องกับน้ำเพื่อการนำเสนอที่กระชับ โดยไทยมีกีฬาที่เกี่ยวข้องในชนิดนี้คือว่ายน้ำ, เรือใบ, เรือกรรเชียง และไคท์บอร์บอร์ด
โดยกีฬาที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทางน้ำอย่างว่ายน้ำที่ปีนี้ได้โควต้านักกีฬาชายและหญิงประเภทฟรีสไตล์ สำหรับฟรีสไตล์ชาย 100 เมตรได้ “ฉลามจัส” ดุลยวัต แก้วศรียงค์ กับโอลิมปิกครั้งแรกของเขาด้วยสถิติ 49.75 วินาทีจากซีเกมส์ ส่งให้เขาได้สิทธิ์มาร่วมแข่งในครั้งนี้ และในฝั่งฉลามหญิงได้ “จอย” เจนจิรา ศรีสอาด ดีกรี 2 เหรียญทองซีเกมส์ในฟรีสไตล์ 50 เมตรหญิง ตัวแทนจากอาเซียนที่อาจมีโอกาสโชว์ผลงานในเวทีโลกที่น่าสนใจ
ในส่วนของกีฬาเรือใบ, เรือกรรเชียง, และ ไคท์บอร์ด นับเป็นครั้งแรกของพวกเขาในโอลิมปิกครั้งนี้ โดยเรือใบได้ตัวแทนเด็กลูกครึ่งไทยเรือใบหญิงอิลก้า 6 “โซเฟีย” เกล มอนโกเมอรี่ และเรือใบชายอิลก้า 7 “มิกกี้” อธิษฐ์ มิเคล โรมานิค ในส่วนไคท์บอร์ดเองได้ประเภทฟอร์มูลา ไคท์ชาย “โจเซฟ” โจนาธาน เวสตัน และฟอร์มูลา ไคท์หญิง “ฝน” เบญญาภา จันทรวรรณ และตัวแทนหนึ่งเดียวในกีฬาเรือกรรเชียง ประเภทเรือ 1 คน ชายพายคู่ (M1x) ได้ “เปรม” เปรมณัฏฐ์ วัฒนานุสิทธิ์ เป็นตัวแทนของทีมชาติไทย
ตัวแทนไทยสายกีฬาขับเคลื่อนที่น่าสนใจ
รวบรวมกีฬาสายเคลื่อนไหวที่มีทั้งดั้งเดิมและน้องใหม่ ประกอบไปด้วย กีฬาจักรยาน, ขี่ม้า, ปัจกีฬาสมัยใหม่, กรีฑา, และล่าสุดกับสเกตบอร์ด
โดยจักรยานได้ 3 นักปั่นชายในประเภทบีเอ็มเอ็กเรซซิ่ง มี “เอ้” โกเมธ สุขประเสิรฐ ครั้งแรกของไทย, ลู่คีรินและสปรินต์บุคคลจาก “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, และ โรดเรซจาก “เฟรม” ธนาคาร ไชยยาสมบัติ ส่วนนักปั่นหญิงได้ “แพร” เพชรดารินทร์ สมราช ในโรดเรซ และ ไทม์ ไทรอัลบุคคล
ยอดนักกีฬาที่ฝ่าฟันพาเข้าสู่โอลิมปิกปีนี้มี “ปรีดิ์อัญ” ชนกภรณ์ การุณยธัช จากขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางบุคคล หลังจากพลาดรอบคัดเลือกไปโตเกียว ครั้งนี้เธอพร้อมแล้วสำหรับการไปลุยเวทีใหญ่ที่ปารีส และเป็นหญิงคนแรกในประเภทนี้ของไทยที่ได้เข้าร่วม และในน้องใหม่ล่าสุดจากสเกตบอร์ด สตรีทได้ “เอสที” วารีรยา สุขเกษม เด็กอายุน้อยสุดของไทยในปีนี้ ในวัย 12 ปี หนึ่งสิ่งน่าตามของโอลิมปิกกับผลงานที่กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับวงการกีฬาไทย
ในส่วนของกรีฑาได้ 2 ประเภทขว้างจักรหญิงได้ “เบญ” สุเบญรัตน์ อินแสง ประสบการณ์โอลิมปิก 2 สมัยสู่ปารีสหลังจากคว้าเหรียญทองที่คาซัคสถานนำเธอเข้าสู่โควต้าในครั้งนี้ และกรีฑา 100 เมตรชายได้ “บิวยอดลมกรด” กับความหวังกรีฑาชายในรอบ 32 ปีที่ได้มาแข่งครั้งนี้
และสุดท้ายกับปัญจกีฬาสมัยใหม่คือกีฬาที่มีว่ายน้ำฟรีสไตล์ 200 เมตร, ยิงปืนสั้น, ขี่ม้า, วิ่งกลางแจ้ง 3 กิโลเมตร, และฟันดาบเอเป้ใน 1 นาที โดยเอาทั้ง 5 ประเภทดังกล่าวมารวมกัน โดยไทยได้ “จ่าโทคิว” ภูริช โยเฮืองในประเภทเลเซอร์รัน คือวิ่งกลางแจ้งผสมยิงปืน เป็นตัวแทนไทยในกีฬาชนิดนี้
4 โปรกอล์ฟพร้อมลุยที่ปารีส
สำหรับยอดโปรทั้ง 4 คน มีประเภทบุคคลชายและบุคคลหญิง ในฝั่งชาย 2 คนที่เข้ามาสู่รอบนี้ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ กลับมาลุยเหรียญอีกครั้งหลังจากพลาดทองแดงไป 5 อันเดอร์พาร์ พ่วงด้วย “โปรหนุ่มเพชร” โอกาสแรกในโอลิมปิกของแชมป์เอเชียนทัวร์ 2021 ที่พร้อมมาหาประสบการณ์สำคัญในรายการนี้
ขณะที่ 2 โปรหญิงนำโดย “โปรเหมียว (แพตตี้)” ผ่านประสบการณ์ล่าสุดที่โตเกียว และเข้ามาลุยกันต่อที่ปารีสอีกครั้ง และร่วมรุกกี้ยอดฝีมืออย่าง “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุลที่เคยผ่านได้เหรียญทองยูธโอลิมปิก 2018 มาแล้ว
ลูกครึ่งจอมทุ่มดีกรีทองซีเกมส์ 5 สมัย
มาซายูกิ เทราดะ ตัวแทนกีฬายูโด รุ่น 73 กิโลกรัม กับเจ้าของเหรียญทอง 5 สมัยติดต่อกัน หลังจากได้คะแนนสะสมติด 1 ใน 10 ของเอเชียได้มาร่วมโอลิมปิกในปีนี้ และเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวที่จะได้โชว์ผลงานบนเวทีที่ใหญ่ขึ้น
3 กีฬาความหวังไทยกับการลุ้นใหญ่ถึงเหรียญทอง
ความภาคภูมิใจในระดับเกียรติยศของทีมชาติไทย คงหนีไม่พ้น 3 กีฬาดังอย่าง มวยสากล, ยกน้ำหนัก, และอีกหนึ่งกีฬาที่เป็นกระแสคนของไทยอย่าง เทควันโด ที่พร้อมมาล่าเหรียญกรุงปารีสครั้งนี้
สำหรับกีฬาความภูมิใจไทยอย่างมวยสากลขน 8 นักชกพร้อมลุยศึกปารีสในรุ่นต่าง ๆ ออกไป เริ่มด้วย 5 นักชกหญิง “หวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ รุ่น 50 กิโลกรัม, “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ รุ่น 54 กิโลกรัม, “เนย” ธนัญญา สมนึก รุ่น 60 กิโลกรัม, “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง รุ่น 66 กิโลกรัม, และท้ายสุดกับ “ครีม” ใบสน มณีก้อน รุ่น 75 กิโลกรัม
ฝั่งนักชกชายเป็นความคาดหวังไม่ต่างจากนักชกหญิงในกีฬาต่อสู้นี้ โดยมี “เหลิม” ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด รุ่น 51 กิโลกรัม, “บรรจง” สินสิริ รุ่น 63.5 กิโลกรัม แม้จะถูกประโลมข่าวว่าได้ส้มหล่นจากการถอนตัวของ “ชินซอริก บาร์ตาซุก” ของมองโกเลียที่มีการตรวจพบสารต้องห้าม แต่บรรจงพร้อมแล้วสำหรับพิสูจน์ฝีมือว่ามีคุณภาพพอสำหรับมาโอลิมปิก และคนสุดท้ายหลายฮีโร่ไทย “เกม” วีระพล จงจอหอ แม้จะเป็นหลานของตำนานเหรียญทอง “สมจิตร จงจอหอ” ด้วยดีกรีเหรียญทองแดงยูธโอลิมปิกและชิงแชมป์โลกมาแล้ว ศึกที่ปารีสเหมาะสำหรับจะประกาศศักดาของเกมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเร็ว ๆ นี้
อีกหนึ่งความหวังลุ้นเหรียญของทัพยกน้ำหนักที่ได้ถึง 4 โควต้าเข้ามาสู่รอบนี้ “ออย” สุรจนา คำเบ้า รุ่น 49 กิโลกรัม ความหวังสำหรับลุ้นถึงทองของกีฬานี้, “ส้ม” ดวงอักษร ใจดี รุ่นมากกว่า 81 กิโลกรัม ตัวแทนสายใหญ่ของสาวไทยที่ถูกจับตามองกับโอกาสลุ้นเหรียญและสร้างสถิติในครั้งนี้
ฝั่งชายนักยกชายมี 2 โควต้าจาก “ฟ่าง” ธีรพงศ์ ศิลาชัย แชมป์โลก 2022 รุ่น 55 กิโลกรัม ที่เข้ามาแข่งในรุ่น 66 กิโลกรัม อนาคตของไทยที่กำลังเฉิดฉายในระดับโลก และ “เวฟ” วีรพล วิชุมา รุ่น 73 กิโลกรัม ดีกรีแชมป์เอเชียและแชมป์โลกในปีเดียวกัน เป็น 2 ความหวังนักยกไทยไกลถึงลุ้นเหรียญทอง
มาถึงกีฬาสุดท้ายกับความภาคภูมิใจตลอดโอลิมปิกที่ผ่านมา เทควันโดขน 3 โควต้าที่ทุกคนตามเฝ้าจับตามอง เริ่มด้วยชายรุ่น 68 กิโลกรัม “หยู” บังลังก์ ทับทิมแดง ดีกรีรองแชมป์โลก 2023 ที่สร้างชื่อให้การคว้าเหรียญทองเอเชียนส์เกมส์ที่จีน และอีกหนึ่งดาวรุ่งหญิง “ใบเตย” ศศิกานต์ ทองจันทร์ รุ่น 67 กิโลกรัม เจ้าของเหรียญทอง กีฬามหาลัยโลก 2023 ที่จะเข้ามาเป็นอนาคตของชาติต่อไป
และคนสุดท้ายของทีม “โค้ชเช” ชเว ยองซอก ผู้ปลุกปั้นยอดนักกีฬาไทย และความหวังสูงสุดจาก “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ รุ่น 49 กิโลกรัม ความภูมิใจของไทยกับเจ้าของเหรียญทองโตเกียว 2020 กับการกลับมาป้องกันแชมป์ และกำลังสร้างประวัติศาสตร์นักกีฬาไทยที่ยังไม่เคยคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัย เทนนิสพร้อมแล้วที่จะเขียนเรื่องราวของตัวเองในกรุงปารีสครั้งนี้
ช่องทางการติดตามนักกีฬาไทยลุยโอลิมปิก ปารีส 2024
51 นักกีฬาไทยพร้อมแล้วที่จะไปไขคว้าความสำเร็จครั้งนี้ โดยการติดตามนักกีฬาไทยสามารถรับชมถ่ายทอดสดผ่านทาง “ทีวีดิจิทัล” ได้แก่ T Sport 7, 9 MCOT HD, 7HD, PPTV HD36
สำหรับการรับชมย้อนหลัง ดูได้ทาง TrueVisions และแอปพลิเคชัน TrueVisionsNOW, TrueID, และ AIS PLAY หรือ เว็ปไซต์ “aisplay”
รวมทั้งเกาะติดเจาะลึกได้ผ่านทาง Special Website “The Standard Paris 2024” ทุกช่องทาง โดยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอเกี่ยวกับโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีสได้แบบอย่างจัดเต็ม
อย่าลืม!! ส่งแรงใจเชียร์ไทยให้สุด พลังของไทยคนไทยพร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้นักกีฬาสู้ให้สุด เพื่อลุ้นความสำเร็จในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ โอลิมปิก ปารีส 2024 ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
อ้างอิง
- https://thestandard.co/paris-101-olympics-interesting-things-2024/
- https://thestandard.co/list-of-thai-athletes-paris-2024-olympic-games/
- https://stadiumth.com/olympic/highlight/detail?id=494&tab=thaispotlight
- https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1134212
- https://th.wikipedia.org/wiki/ปัญจกีฬาสมัยใหม่
- https://thestandard.co/asian-games-2023-25092023-4/
- https://www.thaipbs.or.th/news/content/342114
- https://thestandard.co/paris-2024-special-website/
