ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความยากลำบาก ผลจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากนโยบายสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เครื่องจักรเศรษฐกิจของไทย อย่าง การส่งออกและการท่องเที่ยว ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักในปีนี้ โดยการส่งออกนั้นถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราภาษีการนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ขณะที่การท่องเที่ยวไทยเองก็ประสบปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย และปัญหาด้านความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์
วิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP ทั้งปีลงเหลือ 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 2.5% กลายเป็นประเทศที่มีประมาณการเศรษฐกิจเติบโตต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ทางเลือกของไทยมีอะไรบ้างในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงแบบนี้
ผนึกพลังอาเซียน ต่อรอง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ลดภาษี
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แสดงให้เห็นว่าชาติอาเซียนได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับปัญหาสงครามการค้า ท่าทีแรกมาจาก อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้ส่งจดหมายถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ เพื่อเจรจาหารือเกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ต่อภูมิภาคอาเซียน นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า แม้หลายชาติอาเซียนเริ่มกระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ ไปแล้ว แต่ชาติอาเซียนล้วนเห็นตรงกันว่าจะต้องการรักษาท่าทีและมติร่วมของภูมิภาคในการเจรจากับสหรัฐฯ อีกทางเพื่อต่อรอง
ท่าทีต่อมาคือแถลงการณ์ของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ชาติสมาชิกอาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการภาษีฝ่ายเดียว ซึ่งแม้จะไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐฯ โดยตรง แต่ชัดเจนว่ามุ่งหมายถึงภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกทั้งแถลงการณ์ยังเตือนว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ ก่อให้เกิด “ความท้าทายที่ซับซ้อนและหลากหลายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพ และการบูรณาการของอาเซียน”
ท่าทีทั้งหมดที่มีขึ้นในการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าชาติอาเซียนต่างเห็นตรงกันว่าการรวมตัวของชาติสมาชิกเพื่อต่อรองกับสหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยลดแรงกระแทกในการเจรจา สำหรับไทยเอง กลไกอาเซียนถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ไทยมีโอกาสในการเจรจาผ่านการรวมตัวกันของชาติอาเซียน ขณะเดียวกันไทยก็สามารถเข้าร่วมคณะทำงานของอาเซียนเพื่อกำหนดท่าทีของอาเซียนในการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่ไปกับข้อเสนอ 5 ข้อของรัฐบาลไทย
ซื้ออาวุธสหรัฐฯ เอาใจ ‘ทรัมป์’ ลดกำแพงภาษี
ข้อเสนอ 5 ข้อของรัฐบาลไทยที่จะเสนอต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เน้นไปที่การมุ่งแก้ไขปมการค้าที่สหรัฐฯ มองว่าไม่เป็นธรรม อาทิ การเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ และส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐฯ แต่มาตรการเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ ด้วยสภาพเศรษฐกิจการค้าของไทยมีความใกล้ชิดกับจีนมาก ประกอบกับไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ อยู่มากกว่า 1.4 ล้านล้านบาท การเปิดนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ อาทิ ก๊าซธรรมชาติและสินค้าเกษตร อาจช่วยลดช่องว่างทางการค้ากับสหรัฐแต่กลับไม่ตอบโจทย์ในมิติด้านการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจเพื่อลดอิทธิพลของจีนในภูมิภาค
การจัดซื้ออาวุธที่ทันสมัยจากสหรัฐฯ จึงอาจตอบโจทย์รัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า ในแง่ความมั่นคงและจะเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากไทยที่หันมาให้ความสำคัญในการร่วมมือกับสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมากองทัพไทยเน้นจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนเป็นหลัก เพราะมีราคาที่เอื้อมถึงและที่สำคัญคือมีข้อจำกัดทางการเมืองน้อยกว่ามาก ขณะที่ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ไทยต้องทำงานใกล้ชิดกับจีนในการจัดการปัญหาชายแดน
การนำเข้าอาวุธจากสหรัฐฯ แม้จะตอบโจทย์ด้านความมั่นคงและช่วยเพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ได้อีกทาง แต่อาจเป็นเรื่องที่รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยคือการพัฒนาเศรษฐกิจปากท้องมากกว่าการทุ่มงบให้แก่กองทัพ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยกับกองทัพยังตั้งอยู่บนความเปราะบางทางการเมือง
การซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ แม้ดูอาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอาจต้องแลกมากับกระแสต่อต้านจากสังคมและการวิจารณ์ถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณซื้ออาวุธแทนที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ในท้ายที่สุด สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญด้านการต่อรองกับสหรัฐฯ คือ มุมมองของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ ได้ประโยชน์สูงสุดจากการค้ากับต่างประเทศ
การที่ไทยต้องเร่งหาช่องทางและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเจรจากับสหรัฐฯ นั้นไม่ได้มีหมุดหมายเพียงแค่การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น แต่หมายถึงการสร้างสมดุลการค้าใหม่เพื่อทดแทนเม็ดเงินที่หายไปจากสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย อีกทั้งการปรับดุลการค้ากับชาติคู่ค้าต่าง ๆ อาทิ จีน สหภาพยุโรป และอินเดีย ผ่านกลไกต่าง ๆ ยังต้องทำเคียงคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟันฝ่าความท้าทายในปีนี้ไปให้ได้
