เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดการเฝ้าระวังภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในแถบประเทศญี่ปุ่นกว่า 1,000 ครั้ง จนเกิดคำสั่งอพยพประชาชนบริเวณหมู่เกาะโทคาระอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตื่นตระหนกนี้ ทำให้ผู้คนหวนระลึกถึงคำทำนายที่เคยกลายเป็นความจริงจากหนังสือ “私が見た未来 อนาคตที่ฉันเห็น” ที่เขียนโดย เรียว ทึสซึกิ ซึ่งเธออ้างว่า เธอจดบันทึกความฝันของเธอไว้ในช่วงยุค 70s มาจนถึงหลังปี 2000 เธอดัดแปลงบันทึกความฝันของเธอเป็นการ์ตูนมังงะ ผสมการเล่าเรื่องและออกตีพิมพ์ในปี 1999 ซึ่งทำให้เธอโด่งดังมาก เพราะหนึ่งใน 15 ความฝันของเธอดันกลายเป็นภัยพิบัติจริงขึ้นมา
บันทึกความฝัน ทำนายอนาคต
ทัสซึกิอ้างว่าเธอจดบันทึกความฝันทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้น ในหนังสืออนาคตที่ฉันเห็น จึงจะมีภาพประกอบเป็นสเก็ตช์ของเธอแนบมากับการวาดในรูปแบบการ์ตูนช่อง รวมถึงบันทึกต่าง ๆ ประกอบร่างกันเป็นเรื่องราวของตัวละคร “เรียว ทัสซึกิ” ที่เชื่อว่าลางสังหรณ์จากความฝันของเธอนั้นแม่นยำจนเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นได้จริง
โดยความฝันแรกของการ์ตูน คือเรื่องราวของหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าถ้ำ ซึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นและจดบันทึกเอาไว้ ไม่กี่วันต่อมาก็มีข่าวออกในทีวีว่า มีหญิงสาวถูกเอาศพมาทิ้งไว้หน้าถ้ำจริง ๆ จึงเป็นครั้งแรกที่ตัวละครเรียว ทัสซึกิฝันถึงอนาคตได้แม่นยำ แต่ความฝันนี้ถูกวาดเป็นการ์ตูนมังงะ จึงไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเป็นเหตุการณ์จริงหรือเรื่องแต่งเพื่อเริ่มเรื่องกันแน่
คำทำนายที่ (อาจ) กลายเป็นเรื่องจริง
ทว่าความฝันที่เริ่มกลายเป็นจริงของเธอ เริ่มต้นที่การทำนายการตายของนักร้องชื่อดังทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งบันทึกของเธอตรงกับการตายของ Yukaka Osaki นักร้องชาวญี่ปุ่น และอีกความฝันคือนักร้องระดับโลกอย่าง Freddie Mercury ที่เธออ้างว่าฝันเห็นเขาเล่นคอนเสิร์ตด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ร่างจะจางหายไป เธอบันทึกความฝันไว้ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1981 ที่ตรงกับวันที่เขาจากไปจริง ๆ โดย Freddie ได้เสียชีวิตในวันที่ 24 พฤศจิกายน ปี 1991 หลังจากความฝัน 10 ปี แต่อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1999 เธออาจจะแต่งเติมขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้วก็ได้
เช่นเดียวกับการผูกโยงเรื่องราวตอนแรกเข้ากับการตายของ เจ้าหญิงไดอานา ที่มีลักษณะตรงกับความฝันของเธอ เรื่องหญิงสาวในอุโมงค์ที่เธอฝันเอาไว้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1992 แต่เผอิญว่าในมังงะ ที่ฉากหลังมีคำว่า “DIANNA” เขียนเอาไว้ ผู้อ่านจึงเกิดการเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอานาในปี 1997 แต่การทำนายฝันนี้รวมถึงเหตุการณ์เสียชีวิตของเจ้าหญิงต่างก็เขียนขึ้นก่อนที่หนังสือจะออกตีพิมพ์เช่นกัน
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริงหลังการตีพิมพ์
แม้จะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความฝันของบุคคลสำคัญที่คาดเคลื่อนในเชิงหลักฐานว่าเขียนขึ้นเองก่อนตีพิมพ์หรือไม่ แต่ความฝันที่ตรงกับเหตุการณ์จริงของเรียว ทัสซึกิ คือความฝันในวันที่ 11 มีนาคม 1996 เธอบันทึกไว้ว่า “น้ำทะเลไหลลง และย้อนถาโถมเข้าหาชายฝั่งเป็นคลื่นยักษ์” ซึ่งเมื่อถึงวันที่ 11 มีนาคม ปี 2011 ก็เกิดเหตุการณ์สึนามิโทโอกุที่ประเทศญี่ปุ่นจริง ๆ ตรงตามวันที่และคำทำนาย เหตุการณ์นี้ทำให้หนังสือของเธอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในยุคใหม่ทีเดียว เช่นเดียวกับคำทำนายเมื่อวันที่ 2 มกราคม ปี 1995 เธอฝันว่า “จะมีไวรัสที่ผู้คนไม่รู้จักเกิดขึ้นในปี 2020 และจะหนักที่สุดในเดือนเมษายน มันจะหายไป 10 ปี ก่อนจะกลับมาใหม่” โดยความฝันนี้ตรงกับการระบาดของไวรัส COVID-19 เมื่อปี 2020 จริง ๆ
จากความแม่นยำในบางส่วนของเรียว ทัสซึกิ ทำให้คำทำนายสำคัญในหนังสือเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2021 กลายเป็นที่น่าจับตา เพราะเธอบันทึกไวัว่า “จะเกิดภูเขาไฟใต้ทะเลและแผ่นดินไหวใหญ่ที่แนวแยกนันไก สึนามิขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นและแผ่นดินของสามประเทศจะยกตัวเชื่อมกัน” จากบันทึกของฝันนี้ เลยคาดการณ์กันว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2025 (วันพรุ่งนี้) ซึ่งเผอิญว่าสถานการณ์ภัยพิบัติของญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้ก็กำลังอยู่ในจุดเฝ้าระวังอยู่พอดีจากเหตุแผ่นดินไหวประปรายนับ 1,000 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คำทำนายของเรียว ทัสซึกิจึงกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มีการถกเถียงถึงข้อเท็จจริงมากมายเกี่ยวกับผลงานของเธอที่ยังขาดความสอดคล้องทางเหตุผลอยู่มาก รวมไปถึงการที่เธอไม่ปรากฏว่ามีผลงานอื่น ๆ เพิ่มเติม และหายไปจากวงการมังงะหลายปี คำทำนายฝันของเธอจึงแทบไม่ต่างจากผลงานแนววันสิ้นโลกของนักเขียน นักคิดคนอื่น ๆ ในโลก ที่กล่าวตีขลุมล่วงหน้าไว้ก่อน เพื่อให้เกิดการตั้งคำถามฉุกคิดถึงความพิศวงในภายหลัง หากเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงขึ้นมา
คำทำนายฝันของ เรียว ทัสซึกิ จึงควรอ่านเพื่ออรรถรสเท่านั้น และตั้งมั่นอยู่บนความมีสติของผู้อ่าน เพราะภัยพิบัติแผ่นดินไหวไม่สามารถมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใดมาการคาดการณ์ล่วงหน้าได้ทั้งสิ้น ดังนั้น ประชาชนในประเทศแถบแนวเขตรอยเลื่อนต่าง ๆ ที่ยังมีพลังอยู่ เช่น ประเทศญี่ปุ่น จึงจำเป็นต้องคอยฟังการแจ้งเตือนภัยและอพยพอย่างทันท่วงทีและติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน
อ้างอิง
