จบซีซั่นลงไปแล้วสำหรับอนิเมะยอดนิยมอย่าง ‘Kimetsu no Yaiba’ หรือ ‘ดาบพิฆาตอสูร ภาคการสั่งสอนของเสาหลัก’ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับเหล่าแฟนการ์ตูนและมังงะ ทั้งฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดอลังการสมชื่อการ์ตูนโชเน็นแห่งยุค และเนื้อเรื่องเข้มข้นที่เชื่อมไปสู่องค์สุดท้ายที่น่าติดตาม อีกทั้งบางฉากหรือบางบทสนทนาก็เหมือนเป็นการเปิดเผยถึงแก่นสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อหรือแฝงเอาไว้ให้เราได้คิดตาม ซึ่งหากใครยังไม่ได้ดูดาบพิฆาตอสูร ภาคการสั่งสอนของเสาหลัก แนะนำให้ไปดูก่อนที่จะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เนื่องจากบทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญภายในเรื่อง

หากใครที่ได้ดูดาบพิฆาตอสูร ภาคการสั่งสอนของเสาหลักจบลงไปแล้ว คงทราบกันดีว่าในช่วง 7 ตอนแรกจะอนิเมะจะเปิดด้วยฉากการฝึกฝนของเหล่านักดาบพิฆาตอสูร ซึ่งจะเดินทางไปฝึกกับบรรดาเสาหลักแต่ละคน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมกับศึกใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่รู้ เนื่องจากขณะนั้นจู่ ๆ ไปการเคลื่อนไหวของเหล่าอสูรก็เงียบลง หลังจากศึกการปะทะกันระหว่างอสูรข้างขึ้นและทันจิโร่ที่หมู่บ้านช่างตีดาบ โดยภายในภาคการสั่งสอนของเสาหลักส่วนใหญ่จะมี Mood and Tone ไปในทางรีแลกซ์พักผ่อน เพื่อให้ทั้งตัวละครและคนดูเตรียมรับมือกับศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายไปพร้อมกัน

ทว่าในตอนที่ 8 เสาหลักรวมพล กลับมีเหตุการณ์สำคัญที่สะเทือนใจทั้งทางฝั่งเหล่านักดาบจากสำนักพิฆาตอสูรและผู้ชม กับการจากไปของ ‘ตระกูลอุบุยาชิกิ’ ผู้นำของเหล่านักดาบพิฆาตอสูรที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับอสูรมาหลายพันปี ทำให้บรรดาเสาหลักและนักดาบที่เหลือต่างพากันเลือดขึ้นหน้าและตามล่า ‘คิบุซึจิ มุซัน’ ซึ่งสิ่งที่เราจะชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนกันคือฉากและบทสนทนาสุดท้ายของอุบุยาชิกิ คางายะ และมุซัน ก่อนที่เขาจะจากโลกใบนี้ไปพร้อมกับลูกและภรรยาด้วยรอยยิ้ม โดยเขาได้กล่าวว่า

“เพราะว่าฉันนั้น…เข้าใจดีว่าความเป็นนิรันดร์ คืออะไร… สิ่งที่เรียกว่าความเป็นนิรันดร์ คือเจตนารมณ์ของผู้คน เจตนารมณ์ของผู้คนนี่แหละ… ยืนยงชั่วนิรันดร์ ไม่มีวันแตกสลาย ตลอดพันปีที่ผ่านมา หน่วยพิฆาตอสูรไม่เคยหายไป แม้มีเด็ก ๆ ผู้น่าสงสารต้องตายจากไปมากมาย แต่พวกเขา… ไม่ได้หายไปแต่อย่างใด บัดนี้ความจริงในตอนนั้น ได้พิสูจน์แล้วว่าเจตนารมณ์ของผู้คนที่ไร้สาระนั้นไม่มีวันแตกสลาย ต่อให้ถูกพรากดวงชีวิต…คนที่รักที่สำคัญไปอย่างไม่เป็นธรรม แต่เจตนารมณ์ที่มิอาจให้อภัยนั้น… คงมั่นนิรันดร์กาล” 

ตลอดหลายชั่วอายุคนของตระกูลอุบุยาชิกินั้นเผชิญชะตากรรมที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย ทำให้มีอายุขัยไม่ยืนยาวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอสูรที่เป็นอมตะแล้วยิ่งห่างชั้นกันเข้าไปใหญ่ ทว่าหลายพันปีที่ผ่านมาตระกูลของเขายังคงสืบทอดเจตนารมณ์และอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการโค่นล้มเหล่าปีศาจร้าย ต่อให้ตัวตายจากไปแต่พลังแห่งเจตนารมณ์ยังคงไม่สั่นคลอน นั่นทำให้เขาเข้าใจว่าความเป็นนิจนิรันดร์หาใช่อายุขัย แต่เป็นความหวัง ความฝัน และเจตนารมณ์อันแน่วแน่ต่างหาก ที่จะดำรงอยู่ชั่วกัปกาล 

เมื่อเทียบกับมุซันที่เข้าใจว่าความเป็นนิรันดร์คือการดำรงตนให้มีชีวิตอยู่บนโลกได้ตลอดไป บทสนทนาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการตั้งคำถามกับคำว่า ‘ตลอดไป’ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อกับผู้ชมอย่างเราก็ได้ ทั้งการที่ทันจิโร่พยายามช่วยเนซึโกะ การเข้ามาเป็นหน่วยพิฆาตอสูรของตัวละครหลายตัว รวมถึงบรรดาเสาหลักที่เข้ามารับผิดชอบในการขจัดเหล่าอสูร ต่างมีเจตนารมณ์เดียวกันที่แน่วแน่และหนักแน่น นั่นทำให้ตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการสูญนับครั้งไม่ถ้วน แต่หน่วยพิฆาตอสูรไม่เคยอันตรธารหายไปไหน

หลักการคิดแบบนี้ไม่ต่างจากความเป็นไปโดยส่วนใหญ่ของโลก หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น รวมถึงสรรพความรู้หลายแขนงเกิดจากการส่งต่อและร่วมมือกันของคนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยเจตนารมณ์เดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน ถักทอเป็นเส้นใยแห่งยุคสมัย และฝากฝังเอาไว้ในวิถีชีวิต ระบบการคิด หรือแม้กระทั่งดีเอ็นเอ

อย่างไรก็ตาม Animation ดาบพิฆาตอสูรเดินทางมาใกล้ตอนจบมากขึ้นทุกที โดยดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการฉายเป็นภาพยนตร์ไตรภาค พร้อมเผยทีเซอร์แรกออกมาให้ได้ชมกันแล้วเมื่อไม่นานนี้ ส่วนกำหนดฉายจะมีการประกาศอีกครั้ง

AUTHOR

ไม่ชอบคนข้างล่าง