หลายคนน่าจะได้อ่านรีวิว THUNDERBOLTS อีกหนึ่งภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลสตูดิโอส์ (Marvel Studios) กันมาบ้างแล้ว ถึงแม้การใช้คำว่า “กอบกู้มาร์เวล” อาจจะฟังดูโอเวอร์ไปเสียหน่อย แต่ต้องยอมรับว่า THUNDERBOLTS สามารถทำให้ “แฟนมาร์เวลประทับใจ” ได้จริง ๆ ทั้งที่บรรดาคาแรกเตอร์ภายในเรื่องหากเปรียบเป็นหนังก็อยู่ในระดับเกรดบี เส้นเรื่องไม่หวือหวา ฉากต่อสู้ไม่น่าตื่นเต้น ตัวร้าย(ดูเหมือน)ไม่น่าสนใจ พูดง่าย ๆ คือ THUNDERBOLTS ไม่มีองค์ประกอบที่เป็นสูตรสำเร็จของหนังฮีโร่ทำเงินเลย แต่ทำไมตัวหนังมันถึงยังสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับเราได้มากมายขนาดนี้
THUNDERBOLTS เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 36 จาก Marvel Cinematic Universe บอกเล่าเรื่องราวการโคจรมาพบกันแบบไม่ได้ตั้งใจของกลุ่มแอนตี้ฮีโร่มีปม ต้องต่อสู้กับวายร้ายที่ไม่คาดคิดและกลายเป็นฮีโร่แบบไม่ทันตั้งตัว รังสรรค์และถ่ายทอดเรื่องราวสุดวายป่วงโดย เจค ชไรเออร์ ผู้กำกับเดียวกันกับซีรีส์เรื่อง BEEF ที่การันตีความสนุก เร้าอารมณ์ และตัวละครที่มีปมปัญหาแอบแฝง หากใครที่ยังไม่ได้ดู THUNDERBOLTS สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ แต่ถ้าดูจบแล้ว เราจะมาพูดคุยกันถึงประเด็นที่กล่าวไปข้างต้นในพารากราฟถัดไป
อาจเป็นเพราะ THUNDERBOLTS มีวายร้ายตัวเดียวกันกับเรา นั่นคือความโดดเดี่ยวภายในใจ
หากถามว่าในโลกแห่งความเป็นจริงพวกเรากำลังต่อสู้กับอะไรบ้าง เชื่อว่าคำตอบของหลายคนก็คงไม่ต่างกัน หนี้สิน การงาน การถูกยอมรับ สังคมเป็นพิษ หรือปมปัญหาในอดีต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น “ปัญหา” ที่บรรดาตัวละครภายในเรื่องกำลังเผชิญหน้าอยู่ และตัวหนังพยายามบอกเราเป็นนัยมาตลอดว่า ศัตรูที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่องค์กรชั่วของวาเลนตินา ไม่ใช่บ็อบที่กลายเป็นเซนทรี่ไปแล้ว หากแต่เป็นปมปัญหาภายในใจที่กัดกินชีวิตและจิตวิญญาณของพวกเขา ไม่ต่างจากพวกเราที่ต่างทุกข์ทรมานทางใจกับสิ่งที่มันลดทอนคุณค่าในตัวเราลงไปทุกวัน ทั้งคำกร่นด่า คำประณาม คำดูถูกเหยียดหยามจากคนแปลกหน้าที่เชื่อว่ายังรู้จักเราไม่ดีพอ จนสุดท้ายเราต่างรู้สึกว่างเปล่าและหาตัวเองไม่เจอ เหมือนกับสิ่งที่ THUNDERBOLTS กำลังเผชิญ
เป็นครั้งแรกที่เหมือนฮีโร่เข้ามาโอบกอดเราจริง ๆ
ไม่รู้ว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกันหรือไม่ ทว่าในองค์สุดท้ายของเรื่องที่บ็อบกำลังจะถูกเดอะวอยด์ (The Void) กลืนกิน แล้วทุกคนในทีม THUNDERBOLTS เข้าไปกอดเขา มันเหมือนกับว่าพวกเราเหล่าคนดูกำลังถูกโอบกอดอยู่เหมือนกัน พวกเราที่บางแง่มุมก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนบ็อบ พวกเราที่บางครั้งก็รู้สึกว่างเปล่าเหมือนเยเลน่า พวกเราที่บางทีก็ไม่ถูกยอมรับเหมือนกับจอห์น พวกเราที่ไม่มีเป้าหมายเหมือนกับโกสต์ พวกเราที่พิสูจน์ตัวเองมาอย่างหนักแต่ไม่ถูกมองเห็นเหมือนบัคกี้ พวกเราที่ล้วนแล้วแต่มีความไม่สมบูรณ์แบบภายในใจ โอบกอดกันและกัน ยอมรับกันและกัน เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเปรียบเสมือนการล้อมวงเล่าเรื่องตัวเองในแผนกจิตบำบัดเลยก็ว่าได้
THUNDERBOLTS เป็นกลุ่มฮีโร่ที่มีความเป็นมนุษย์สูง (เขาพูดกันแบบนั้น)
โดยปกติแล้วซูเปอร์ฮีโร่มักเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง ความสมบูรณ์แบบ และความกล้าหาญ ขณะที่มนุษย์เต็มไปด้วย “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ในหลายแง่มุม ดังนั้นการใช้ฮีโร่ที่มี “ความเป็นมนุษย์” สูงมาเล่าเรื่อง ย่อมขัดกับขนบความเป็นฮีโร่แบบเก่าก่อน ทว่าดังที่กล่าวไปข้างต้น บางครั้งศัตรูของเราก็ไม่ใช่เอเลี่ยนจากต่างดาวที่อยากยึดครองโลก ไม่นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องในห้องแล็บที่อยากวิวัฒนาการตัวเอง บางครั้งวายร้ายของเราก็คือสิ่งที่อยู่ภายในใจเราเอง ดังนั้นถ้ามีฮีโร่คอยต่อกรกับอาชญากรวายร้ายจากต่างดาว ทำไมจะมีฮีโร่ที่คอยต่อสู้กับปมปัญหาภายในใจไม่ได้ ในเมื่อทุกวันนี้โลกแห่งความเป็นจริงพวกเราล้วนบาดเจ็บจาก “สงครามประสาท” มากเสียยิ่งกว่าสงครามการสู้รบจริง ๆ
เอาเป็นว่า THUNDERBOLTS คือภาพยนตร์ฮีโร่ที่เป็น “REAL HERO” ที่สะท้อนถึงปัญหาที่แท้จริงในสังคมได้อย่างสนุกและน่าประทับใจ ไม่แปลกที่ตัวหนังสามารถเชื่อมโยงกับหลายคนได้ มันเหมือนการหยิบยกแนวคิดที่ว่า ไม่มีอะไรยากหากเราข้ามผ่านมันไปด้วยกัน เพราะอย่างที่รู้กันว่า Mental Health เป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตของคนทั้งโลกโดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีให้หลังมานี้ ดังนั้นถ้ามีฮีโร่ที่คอยต่อสู้กับความปวดร้าวภายในใจไปด้วยกันมันก็เป็นเรื่องที่ดี
