หลังจากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา มีความกังวลต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเชื่อว่าอิหร่านพยายามพัฒนาสมรรถนะของอาวุธนิวเคลียร์มาโดยตลอด ส่งผลให้อิสราเอลและสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในการโจมตีเพื่อหยุดยั้งพันธกิจเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน จนเกิดเป็นการโจมตีตอบโต้กันอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการเจรจาถึงข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่านแล้ว ทว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนไฟที่ยังไม่มอดดับ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการวางตัวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดการความขัดแย้งในประเทศตะวันออกกลาง ที่อาจทำให้ไฟสงครามปะทุรุนแรง
วันนี้ SUM UP จึงอยากพาทุกคนมาไล่เรียงไทม์ไลน์กันตั้งแต่ต้น ว่าอิหร่านถือครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างไร ขัดแย้งกับอิสราเอลตั้งแต่เมื่อไหร่ สหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง รวมถึงชนวนเหตุของการโจมตีครั้งล่าสุด
ปี 1967 – อิหร่านเข้ายึดครองเครื่องปฏิกรณ์วิจัยนิวเคลียร์จากโครงการอะตอมเพื่อสันติภาพ (Atoms for Peace) ของสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน ประเทศอิสราเอล
Fun Fact: โครงการอะตอมเพื่อสันติภาพ (Atoms for Peace) เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1953 โดยประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ เพื่อจุดประสงค์ในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติและแบ่งปันเทคโนโลยีด้านฟิสิกส์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า โครงการนี้เป็นตัวเพิ่มอิทธิพลให้แก่สหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็น
ปี 1979 – กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่านล้มป่วยและหลบหนีออกจากอิหร่าน เนื่องจากเกิดการประท้วงจากประชาชนที่ไม่พอใจในความพยายามปฏิรูปการปกครองของเขา ส่งผลให้ อยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ทำสิ่งที่เรียกว่า ปฏิวัติอิสลาม (Iranian Revolution) ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนแรก ก่อนประกาศว่าอิสราเอลคือศัตรูตัวฉกาจ
Fun Fact: กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่านคือ ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Pahlavi) มีความพยายามในการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับประเทศทางตะวันตก มีความตั้งใจให้อิหร่านเกิดความทันสมัย ที่สำคัญคือมีความพยายามในการส่งเสริมสิทธิสตรีอีกด้วย
ปี 2002 – หน่วยข่าวกรองของกลุ่มชาติตะวันตกและกลุ่มฝ่ายค้านอิหร่านเผยว่า อิหร่านมีการสร้างโรงงานพัฒนาสมรรถนะนิวเคลียร์
ปี 2003 – ในเดือนมิถุนายน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เข้าร่วมการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่าน ส่งผลให้ต่อมาในเดือนตุลาคมอิหร่านสั่งระงับโครงการพัฒนาสมรรถนะนิวเคลียร์
ปี 2006 – อิหร่านประกาศว่าจะเริ่มกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (เพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์) อีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดี มาห์มุด อะห์มะดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ผู้นำสายอนุรักษนิยมหัวรุนแรงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง
Fun Fact: มาห์มุด อะห์มะดิเนจาด มีนิสัยชอบพูดจายั่วยุและสร้างความขัดแย้ง ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกร้องให้ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลกจนถูกประณามจากนานาชาติ
ปี 2010 – มีการค้นพบไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เชื่อว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ในการขัดขวางและทำลายเครื่องหมุนเหวี่ยงแก๊ส (Gas Centrifuge) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) ในกระบวนการพัฒนานิวเคลียร์
Fun Fact: ไวรัสคอมพิวเตอร์นี้มีชื่อว่า Stuxnet เป็นอาวุธไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนสูงมาก มีวัตถุประสงค์ในการทำลายระบบควบคุมอุตสาหกรรม
ปี 2015 – หลายประเทศทั่วโลกประกาศข้อตกลงยุติการพัฒนาสมรรถนะยูเรเนียมและอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะยาว แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ปี 2018 – เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศว่า ได้รับข้อมูลหลายหมื่นหน้าจากหน่วยข่าวกรอง เกี่ยวกับการปกปิดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังร่วมข้อตกลงยุติการพัฒนานิวเคลียร์กับนานาชาติไปแล้ว
Fun Fact: หน่วยข่าวกรองของอิสราเอลหรือ มอสซาด (Mossad) เป็นหน่วยข่าวกรองต่างประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากที่สุดลำดับต้น ๆ ของโลก
ปี 2020 – มีรายงานว่าอิสราเอลพยายามโจมตีสถานที่หรือสิ่งที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านอยู่หลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน นักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ระดับสูงของกองทัพอิหร่านถูกลอบสังหาร
ปี 2021 – อิสราเอลโจมตีโรงงานพัฒนาสมรรถนะนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านอีกครั้ง ก่อนที่อิหร่านจะเพิ่มความเข้มข้นของยูเรเนียมเป็น 60% ซึ่งถือเป็นระดับความบริสุทธิ์สูงสุดเท่าที่เคยมีมา
ปี 2022 – อิหร่านกล่าวหาว่าอิสราเอลลอบวางยาพิษสังหารนักวิทยาศาสตร์ระดับสูง 2 คน
ระหว่างนี้จะเป็นในส่วนของสงครามระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในพื้นที่ฉนวนกาซา ซึ่งระหว่างการโจมตีและไฟสงครามอันดุเดือดมีรายงานว่า อิหร่านคอยให้การสนับสนุนกลุ่มฮามาสในการตอบโต้อิสราเอล ขณะที่สหรัฐฯ คอยยื่นมือเข้ามาช่วยอิสราเอลอยู่เป็นระยะ
ปี 2024 – หลังจากกองทัพอิสราเอลสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสได้สำเร็จ อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างเปิดเผย โดยโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธ
ปี 2025
- 30 เมษายน มีรายงานว่าอิหร่านประหารชีวิตสมาชิกหน่วยข่าวกรองมอสซาดของอิสราเอล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปิดเผยข้อมูลโครงการนิวเคลียร์และสังหารพันเอกแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติในกรุงเตหะราน
- 13 มิถุนายน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีศูนย์กลางโรงงานพัฒนานิวเคลียร์และการทหารของอิหร่าน โดยส่งเครื่องบินรบและโดรนที่ลักลอบเข้ามาในประเทศก่อนหน้านี้ เพื่อโจมตีทรัพยากรที่สำคัญและสังหารนายพลและนักวิทยาศาสตร์ระดับสูง และมีการโจมตีอยู่เรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน
- 22 มิถุนายน สหรัฐฯ โจมตีโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจำนวน 3 แห่ง ก่อนที่อิหร่านจะออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ พร้อมเตือนให้ตั้งรับการตอบโต้จากอิหร่าน
- 24 มิถุนายน อิหร่านโจมตีฐานทัพอากาศ อัล-อูเดอิด (Al Udeid) ซึ่งทางทรัมป์ออกมากล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่สร้างความเสียหายให้บุคลากรชาวอเมริกันแม้แต่น้อย พร้อมประกาศว่า อิสราเอลและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่ยังมีรายงานว่าอิสราเอลและอิหร่านพร้อมเคลื่อนไหวทุกเมื่อ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลงแม้แต่น้อย ถึงแม้ทรัมป์จะพยายามออกมาโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายเคารพข้อตกลง แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในสภาวะที่ไม่แน่นอน และความตึงเครียดน่าจะคงอยู่ไปอีกสักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เริ่มมีข่าวลือว่า การโจมตีฐานโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ล้มเหลวหลุดออกมา ซึ่งทรัมป์เองให้การยืนยันว่า ทุกอย่างถูกทำลายไปหมดแล้วอย่างสิ้นซาก แต่ถึงกระนั้นต้องจับตาดูสถานการณ์กันต่อไป เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในช่วงนี้
