หลังจากที่ ‘ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยชุดที่ไม่ได้เป็นทางการเท่าไหร่นัก โดยได้สวมใส่กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบ สิ่งนี้นำมาสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงความไม่เหมาะสม และผู้คนบางกลุ่มก็มองว่า ทำไมครูไม่มีอิสระในการแต่งตัวเช่นนี้บ้าง?
‘การแต่งกาย’ นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งการแต่งกายของนักเรียนและการแต่งกายของบุคลากรครู แต่อาจจะพูดได้ว่าเรามักจะเห็นข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับการแต่งกายของนักเรียนมากกว่า ซึ่งทาง Rocket Media Lab เคยร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ เพื่อทำการสำรวจความคิดเห็นของครูที่มีต่อระบบการศึกษาไทย และมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ รวมถึงมีประเด็นเรื่องการแต่งกายรวมอยู่ด้วย
โดยในรายละเอียดก็คือ การสำรวจดังกล่าวได้ทำการสำรวจออนไลน์จากครู 303 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 มกราคม -15 มกราคม 2567 ซึ่งผลสำรวจระบุว่า 5 กฎหลัก ๆ ที่ครูไทยไม่ชอบมากที่สุดก็คือ
‘การแต่งกายประจำวัน’ กล่าวคือ คุณครูแต่ละโรงเรียนจะมีกฎระเบียบในการแต่งตัวตามวัน ยกตัวอย่างเช่น วันจันทร์ต้องใส่ชุดข้าราชการ, วันพุธต้องใส่ชุดพละ หรือวันศุกร์ต้องใส่ผ้าไทย เป็นต้น จากผลสำรวจระบุว่า ครูส่วนใหญ่ไม่ชอบกฎข้อนี้มากที่สุด หรือคิดเป็น 24.42%
รองลงมาเป็นเรื่อง การต้องเช็กชื่อก่อนเข้าแถว (20.79%) ถัดมาเป็นเรื่อง การต้องใส่กระโปรง ซึ่งไม่รวมครูพละ (20.79%) ถัดมาเป็นเรื่อง การแต่งกายด้วยผ้าไทย (15.51%) และอื่น ๆ อย่างเช่น การต้องเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ หรือการต้องสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน (18.48%) เป็นต้น ทั้งนี้ หากเราอนุมานเร็ว ๆ จากข้อมูลชุดนี้จะพบว่า กฎที่ครูไม่ชอบส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับการแต่งกายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การต้องใส่กระโปรง, การต้องใส่ผ้าไทย หรือการต้องแต่งกายตามวัน เป็นต้น
นอกจากนี้ จากผลสำรวจยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่ครูไทยอยากเห็น ‘ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ’ ทำมากที่สุด ได้แก่ การลดภาระงานด้านเอกสาร (48.18%), การเพิ่มค่าตอบแทนครู (20.46%), การปรับระบบประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ (12.54%), การเพิ่มจำนวนคุณครูให้เหมาะสมกับจำนวนนักเรียน (11.55%), การเพิ่มระบบร้องเรียนเพื่อส่งไปยังรัฐมนตรีโดยตรง (2.97%) และอื่น ๆ
ทั้งนี้อาจจะพูดได้ว่า ‘งานเอกสาร’ นับเป็นอีกหนึ่งภาระงานที่ครูหลาย ๆ คนต้องแบกรับและหากมากจนเกินไปอาจส่งผลกระทบมาถึงงานสอนได้ ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับผลสำรวจของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เคยสำรวจไว้ในปี 2562 และพบว่า ครูไทยกว่า 95% ต้องทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และประมาณ 58% ต้องทำงานอื่นนอกเหนือจากงานสอนราว 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยงานอื่น ๆ ที่ว่านี้ อาทิ งานเอกสาร, งานธุรการ หรืองานเวรครู เป็นต้น
อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียง 2 ประเด็นที่ยกมาจากผลสำรวจของ Rocket Media Lab ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของโรงเรียนและระบบการศึกษาส่วนหนึ่งผ่านแว่นของบุคลากรที่ทำงานโดยตรง และแน่นอนว่ามันสามารถนำไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาได้ เพราะครูถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่จะทำให้เด็กหรือเยาวชนในประเทศของเราเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป
อ้างอิง
- https://www.matichon.co.th/politics/news_5283506
- https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024
- https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/judprakai/1162296
