เศรษฐกิจเลโซโท

‘เลโซโท’ ประเทศเล็ก ๆ ในทวีปแอฟริกาใต้ กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 50% สำหรับสินค้าจากเลโซโท สร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจของเลโซโททำให้รัฐบาลต้องประกาศ ‘สถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ’ เนื่องจากอัตราการว่างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนซึ่งมีอัตราสูงถึงเกือบ 50% จากอัตราภาษีส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เป็นผลให้โรงงานหลายแห่งต้องหยุดหรือชะลอการผลิต เป็นเหตุให้ต้องเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก

เลโซโทเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษจากพระราชบัญญัติ African Growth and Opportunity Act (AGOA) ของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้นำสินค้าจากหลายประเทศในแอฟริกาเข้าตลาดสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษี โดยเฉพาะสินค้าในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่เลโซโทเป็นฐานการผลิตให้สหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ ส่งผลให้แรงงานของเลโซโทกว่า 30,000–40,000 คนพึ่งพางานในโรงงานเสื้อผ้าเหล่านี้สำหรับการหาเลี้ยงชีพ 

แต่แล้วหลังจากมที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเลโซโทสูงถึง 50% โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของการ “เปลี่ยนจากความช่วยเหลือ เป็นการค้าอย่างยุติธรรม” (From aid to trade)

คำสั่งเก็บภาษีของทรัมป์ส่งผลให้โรงงานผลิตเสื้อผ้าในเลโซโทหลายแห่งต้องหยุดการผลิต คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน และผู้ผลิตต้องปลดพนักงานจำนวนมาก โดยบางเมืองต้องปิดโรงงานทั้งเมือง ทำให้คนจำนวนมากตกงาน และไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2025 รัฐบาลเลโซโทจึงได้มีการประกาศ ‘สถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ’ เป็นเวลา 2 ปี เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการสูญเสียรายได้มหาศาลและความไม่มั่นคงทางสังคมที่ตามมา

นอกจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของเลโซโทแล้ว สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ยังมีกำหนดการพิจารณาต่ออายุพระราชบัญญัติ African Growth and Opportunity Act (AGOA) ในเดือนกันยายน 2025 และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับการต่ออายุหรือไม่ สถานการณ์นี้ก็ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจของเลโซโทและประเทศในแอฟริกาอื่น ๆ ที่พึ่งพาสิทธิพิเศษทางการค้าแบบเดียวกันนี้

ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ภาพสะท้อนสำคัญที่เลโซโทและประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกาได้รับ คือความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจที่ผูกพันอยู่กับประเทศมหาอำนาจ และความจำเป็นในการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่แน่นอน

อ้างอิง