สำนักพระราชวังอังกฤษประกาศเตรียมปลดระวาง ‘ขบวนรถไฟหลวง’ ของราชวงศ์อังกฤษภายในปี 2027 เพื่อลดภาระด้านงบประมาณ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงเกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับแนวทางการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากบทบาทยานพาหนะประจำราชวงศ์อังกฤษที่ใช้งานมานานกว่า 180 ปี
‘ขบวนรถไฟหลวง’ ของราชวงศ์อังกฤษ เริ่มใช้งานเป็นครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในปี 1842 หรือราว 183 ปี โดยขบวนรถไฟหลวงถูกใช้ในการเดินทางไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจของกษัตริย์หรือสมาชิกราชวงศ์ในเมืองต่าง ๆ ทั่วสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ การเดินทางโดยรถไฟช่วยอำนวยความสะดวกให้สมาชิกราชวงศ์สามารถเดินทางข้ามประเทศได้ในเวลากลางคืนและพักผ่อนก่อนการปฏิบัติภารกิจในช่วงกลางวัน ขณะเดียวกันยังให้ความปลอดภัยในระดับสูงจากหน่วยอารักขาติดตาม นอกจากนี้ การเดินทางโดยรถไฟของราชวงศ์อังกฤษยังมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์แสดงถึงความใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์และประชาชน
ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักพระราชวังอังกฤษประกาศเตรียมปลดระวางขบวนรถไฟหลวงภายในปี 2027 โดย เจมส์ ชาลเมอร์ส ผู้ดูแลด้านการคลังส่วนพระองค์ ระบุว่า การตัดสินใจปลดระวางขบวนรถไฟหลวงเป็นตัวอย่างของวินัยทางการเงินเพื่อการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าของราชวงศ์อังกฤษ
สาเหตุหลักของการปลดระวางขบวนรถไฟหลวงมาจากภาระงบประมาณในการดูแลรักษาและการใช้จ่ายต่อการเดินทางที่สูง โดยในปี 2024-2025 ขบวนรถไฟหลวงถูกใช้งานเพียง 2 ครั้ง แต่มีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึง 85,000 ปอนด์ (3.8 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงค่าเชื้อเพลิง ค่าเจ้าหน้าที่ และค่าบำรุงรักษาระบบพิเศษ ขณะที่ในปีที่ผ่านมา ราชวงศ์อังกฤษเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ 141 ครั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวอยู่ที่เพียง 3,400 ปอนด์ (147,850 บาท)
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของอังกฤษยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า หากยังใช้ขบวนรถไฟหลวงต่อไป จะต้องใช้งบประมาณในการพัฒนาระบบอีกจำนวนมากเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานรถไฟยุคใหม่ การตัดสินใจยุติการใช้งานจึงถือเป็นการบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบ
การประกาศปลดระวางขบวนรถไฟหลวงเกิดขึ้น ขณะที่รายงานงบประมาณส่วนพระองค์เผยให้เห็นว่า ในปี 2025-2026 รัฐบาลอังกฤษจะถวายเงินปีส่วนพระมหากษัตริย์ (Sovereign Grant) เพิ่มขึ้นเป็น 132.1 ล้านปอนด์ต่อปีเป็นเวลา 2 ปี เพื่อใช้ในโครงการปรับปรุงพระราชวังบักกิงแฮมซึ่งมีมูลค่ารวม 369 ล้านปอนด์ตลอดระยะเวลา 10 ปี งบประมาณส่วนนี้มาจากสัดส่วนของผลกำไรที่ได้จากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ราชวงศ์อังกฤษให้รัฐใช้ประโยชน์
ปัจจุบันเงินปีส่วนพระมหากษัตริย์มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 3 เท่า (ในแง่มูลค่าแท้จริง) เมื่อเทียบกับปี 2012 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มใช้ระบบนี้ ซึ่งงบประมาณและค่าใช้จ่ายของราชวงศ์อังกฤษเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน โดยค่าใช้จ่ายของราชวงศ์อังกฤษภายใต้เงินปีส่วนพระมหากษัตริย์นี้ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับราชวงศ์อื่น ๆ ในทวีปยุโรป ทำให้เกิดข้อถกเถียงถึง ‘ความคุ้มค่า’ ของงบประมาณรัฐ
กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านราชวงศ์ เช่น กลุ่มสนับสนุนสาธารณรัฐ (Republic) ออกมาโจมตีว่า ระบบงบประมาณราชวงศ์ในปัจจุบันเป็น “การใช้งบหลวงอย่างไม่โปร่งใสและเกินความจำเป็น” โดยชี้ว่าความมั่งคั่งของราชวงศ์ ซึ่งรวมถึงที่ดิน มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ และเครื่องราชูปโภคต่าง ๆ นั้นไม่สมควรได้รับการสนับสนุนจากภาษีของประชาชนอีกต่อไป
การปลดระวางขบวนรถไฟหลวงเป็นสัญญาณของราชวงศ์อังกฤษในการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความเหมาะสม และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของราชวงศ์ โดยเฉพาะในยุคที่สังคมอังกฤษต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายภาครัฐ
อ้างอิง
- https://edition.cnn.com/2025/07/04/travel/britain-royal-train-end-of-service
- https://www.bbc.com/news/articles/ce377nr5r43o
- https://www.reuters.com/world/uk/end-line-king-charles-royal-train-2025-06-30/
