วันนี้ (27 ธันวาคม 2568) ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ได้มีการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร โดยจะมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 และตั้งแต่เวลา 06:30 น. เป็นต้นมา ผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ได้ทยอยเดินทางเพื่อเข้ามาสมัครรับเลือกตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคประชาชน, พรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคกล้าธรรม, พรรคพลวัตร, พรรคเศรษฐกิจ และพรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น



ทางด้าน ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยได้เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจและมีความพร้อม ผู้สมัครทั้ง 33 เขตเลือกตั้งก็พร้อม เราลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะส่งมอบนโยบายดี ๆ หลายนโยบายเกิดจากพี่น้อง กทม. เพราะฉะนั้นวันนี้ขออนุญาตพูดคุยถึงนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับชาว กทม. หลัก ๆ มีอยู่ 3 เรื่องคือ การแก้ปัญหาหนี้, ปัญหาการเดินทาง และปัญหาที่อยู่อาศัย สิ่งที่จะต้องทำคือการลดรายจ่ายในทุก ๆ ส่วน นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดค่าไฟ, เพิ่มพลังงานทดแทน, นโยบายเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะต่าง ๆ, เพิ่มพื้นที่ในการค้าขาย และการศึกษากับการเข้าถึงระบบการศึกษา เป็นต้น นายศชนันได้กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากพี่น้องประชาชนชาว กทม. เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค






ขณะเดียวกันทางด้าน ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้เปิดเผยว่า นโยบายของเราคือการลดค่าไฟให้ต่ำกว่า 3 บาท น้ำมันก็จะต้องต่ำกว่า 30 บาท แก๊สหุงต้มก็ต้องราคาต่ำลง อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการดูแลสังคมให้ดีขึ้น และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งเป้าจะกวาดที่นั่งใน กทม. ทั้งหมดเลยหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า กทม. 33 แน่นอน เราต้องกวาดทุกเขตอยู่แล้ว






นอกจากนี้ทางด้าน ‘มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคทางเลือกใหม่ ได้ระบุว่า พรรคทางเลือกใหม่เป็นทางเลือกใหม่ของสังคมไทย กล้าคิด กล้านำ ทำจริง ไทยนิยม นโยบายหลักของพรรคคือเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก 3,000 บาท ส่วนนโยบายอื่น ๆ อาทิ ทุนชาวบ้าน และเพิ่มเบี้ยคนชรา เป็นต้น






อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความคึกคัก เหล่าบรรดากองเชียร์แต่ละพรรคได้มารอลุ้นขั้นตอนการจับเบอร์ของผู้สมัครอย่างหนาแน่น โดยขั้นตอนการจับสลากจะแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำหน่วยจะเป็นผู้จับเพื่อเรียงลำดับผู้สมัคร หลังจากนั้นผู้สมัครจะจับสลากหมายเลขในการสมัครรับเลือกตั้งต่อไป



