ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระแรกในสภาฯ โดยจะพิจารณาตั้งแต่วันที่ 28 – 31 พฤษภาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฉบับนี้เอาไว้ว่า มีเป้าหมายที่ต้องการจะฟื้นฟู ขับเคลื่อน รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุก ๆ มิติ และด้วยข้อจำกัดทางด้านรายได้บวกเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลเลือกดำเนิน ‘นโยบายเงินงบประมาณแบบขาดดุล’ เพราะต้องการที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอาไว้ 

ภายในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะครอบคลุมวงเงินจำนวนทั้งสิ้น 3,780,600 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปีที่แล้วราว ๆ 27,900 ล้านบาท และหากจำแนกสัดส่วนตามกลุ่มงบประมาณจะพบว่า

  • 16.7% เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน 632,968.8 ล้านบาท
  • 37.2% เป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 1,408,060.3 ล้านบาท 
  • 2.6% เป็นงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 98,767.8 ล้านบาท
  • 21.7% เป็นงบประมาณรายจ่ายบุคลากร จำนวน 820,820.8 ล้านบาท
  • 7.3% เป็นงบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน จำนวน 274,576.8 ล้านบาท
  • 11.2% เป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ จำนวน 421,864.4 ล้านบาท
  • 3.3% เป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 123,541.1 ล้านบาท
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

นอกจากนี้ นายกฯ แพทองธาร ยังได้แจกแจง สัดส่วนงบประมาณปี 69 ว่าถูกจัดสรรไปตามแผนงานยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ประกอบไปด้วย 

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ด้านความมั่นคง อาทิ การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้, การเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, การเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลัก เป็นต้น จำนวน 415,327.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของเงินงบประมาณ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล, การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 394,611.6 ล้านบาท คิดเป็น 10.5% ของเงินงบประมาณ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ อาทิ การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม, การเสริมสร้างให้มีสุขภาวะที่ดี, การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การเรียนรู้ และศักยภาพชีวิตคน จำนวน 605,927.3 ล้านบาท คิดเป็น 16% ของงบประมาณ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม อาทิ การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น, การสร้างหลักประกันทางสังคม, การสร้างความเสมอภาคทางสังคมและการศึกษา จำนวน 942,709.2 ล้านบาท คิดเป็น 24.9% ของงบประมาณ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 : ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการมลพิษ, การจัดการสิ่งแวดล้อม, การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 147,216.9 ล้านบาท คิดเป็น 3.9% ของงบประมาณ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 6 : ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ อาทิ การพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ, การพัฒนากฎหมายและกระทรวงยุติธรรม, การต่อต้านการทุจริต จำนวน 605,441.6 ล้านบาท คิดเป็น 16%
  • นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 669,365.5 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับเหตุการณ์กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และการชดใช้เงินคงคลัง
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

5 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงที่สุด

  • งบกลาง จำนวน 632,968 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว 209,032 ล้านบาท
  • กระทรวงการคลัง จำนวน 397,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8,197 ล้านบาท
  • กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 355,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 14,333 ล้านบาท 
  • กระทรวงมหาดไทย จำนวน 301,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6,852 ล้านบาท 
  • กระทรวงกลาโหม จำนวน 204,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 4,713 ล้านบาท
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ทั้งนี้ มุมมองของฝ่ายค้านต่อร่างงบประมาณฉบับนี้ (ในบางประเด็น) จาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ผู้นำฝ่ายค้าน มีใจความสำคัญว่า

  • งบประมาณปี 69 เป็นงบประมาณที่คำนวณจากตัวเลขจีดีพี (GDP) เก่าที่คาดว่าจะเติบโต 2.3-3.3% แต่ล่าสุดมีการประเมินตัวเลขจีดีพี (GDP) อยู่ที่ 1.8% เท่านั้น
  • งบประมาณปี 69 เป็นงบประมาณปีที่สองที่รัฐบาลตั้งงบขาดดุลสูง ทำให้ต้องกู้เงินมาชดเชยการขาดดุลดังกล่าวราว 8.6 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นยอดกู้ที่เกือบจะชนเพดาน
  • การกู้ของรัฐบาลไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล แต่รัฐบาลกำลังจะใช้เงินเกินตัวโดยไม่มีแผนการลงทุนและแนวทางในการหารายได้มารองรับ
  • อีกหนึ่งประเด็นที่ทางฝ่ายค้านยกขึ้นมาเพื่ออธิบายให้เห็นภาพถึง การไม่มีแผนแม่บท การไม่มีวิสัยทัศน์ร่วม และการไม่มีเป้าหมายระดับประเทศของรัฐบาลก็คือ การโยกงบกลางในปี 2568 ที่มีการโยกเงิน 1.57 แสนล้านบาทจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไปยังท้องถิ่น โดยมีกำหนดให้ส่งคำของบประมาณภายใน 3 วันเท่านั้น

ส่วนทางด้าน ‘นายพิชัย ชุณหวชิร’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้ออกมาแจงแจกบางประเด็น โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจก็คือ 

  • ตัวเลขขาดดุล 2 ปีที่ผ่านมา แม้จะสูงถึง 4% ของจีดีพี (GDP) แต่มีการคืนเงินต้นอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ดังนั้นหมายความว่างบจะขาดดุลอยู่ที่ 7 แสนล้าน หรือราว ๆ 3% กว่า ๆ 
  • เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปทำให้มีการปรับจีดีพีลงมาเหลือ 1.8% แต่มั่นใจว่าจะสามารถเก็บรายได้ในปี 2568 ได้ตามเป้า และเชื่อว่าเงินขาดดุลคงคลังน่าจะไม่เพิ่มไปมากกว่านี้
  • หนึ่งในปัญหาคือเราต้องปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศใหม่และการขาดดุลยังคงจำเป็น แต่ต้องอยู่ภายใต้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี (GDP) ที่ยอมรับได้
  • ส่วนการโยกงบ 1.57 แสนล้าน ยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านเวลา แต่รัฐบาลมองว่าเงินควรถูกนำไปแก้ที่ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จะเติมเงินไปที่ผู้บริโภคโดยตรง

ทั้งนี้ การพิจารณางบประมาณปี 69 จะยังคงดำเนินต่อไป และจะมีการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 นี้ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องงบ เรื่องการใช้งบ หรือเรื่องการบริหารงบของรัฐบาล เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นอาจจะเป็นเพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศเกิดความระส่ำระสายไปด้วย และการถกกันเรื่องใช้งบในสภาฯ ก็เป็นไปอย่างเข้มข้น และมีประเด็นหลาย ๆ ประเด็นที่มีความน่าสนใจ

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

อ้างอิง