โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) โรคติดเชื้อร้ายแรง

สืบเนื่องจากกรณีประกาศเฝ้าระวัง “โรคแอนแทรกซ์” หลังพบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวน 247 คน แบ่งเป็นชำแหละเนื้อ 28 คน และผู้รับประทานเนื้อดิบ 219 คน  ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยมีการระบุว่า ผู้คนในพื้นที่ดังกล่าวสัมผัสกับเนื้อวัวดิบที่มีเชื้อ Bacillus Anthracis ซึ่งก่อให้เกิดโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คน 

โรคแอนแทรกซ์คืออะไร

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) คือโรคติดเชื้อแบบเฉียบพลันที่เกิดจากการสัมผัสแบคทีเรียบาซิลัส แอนทราซิส (Bacillus anthracis) เป็นแบคทีเรียแกรมบวกมีลักษณะคล้ายเส้นยาวรี มักปนเปื้อนอยู่ในดิน ทำให้แพร่กระจายสู่สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่าได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีรายงานการพบโรคแอนแทรกซ์ทั้งในคนและสัตว์ในแถบประเทศจีน อินเดีย และมองโกเลีย แต่ไม่พบผู้ป่วยในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีรายงานการพบโรคแอนแทรกซ์ในเกษตรกรและปศุสัตว์ในประเทศลาวอยู่เรื่อย ๆ 

โรคแอนแทรกซ์ติดต่อทางไหนได้บ้าง 

โดยปกติแล้วโรคแอนแทรกซ์จะติดต่อผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การสัมผัส การรับประทาน และการสูดหายใจ ซึ่งอาการจะสำแดงผ่านช่องทางการติดเชื้อ แบ่งได้ดังนี้

  • แอนแทรกซ์ทางเดินหายใจ (Inhalational anthrax) : เกิดจากการสูดดมสปอร์ของแบคทีเรียเข้าไป มักมีอาการไข้หนาวสั่น แน่นหน้าอกหายใจลำบาก ไอ คลื่นไส้อาเจียน และปวดเมื่อยตามร่างกาย 
  • แอนแทรกซ์บริเวณผิวหนัง (Cutaneous anthrax) : เกิดจากการสัมผัสเชื้อผ่านทางผิวหนังภายนอก มักมีตุ่มหนองพร้อมอาการอักเสบบวมคัน จากนั้นจุดศูนย์กลางของแผลจะเปลี่ยนเป็นสีดำ 
  • แอนแทรกซ์ทางเดินอาหาร (Gastrointestinal anthrax) : เกิดจากการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือผลิตภัณฑ์จากนมที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ มักมีอาการไข้หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน ต่อมน้ำเหลืองโต ในบางกรณีอาจอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย

โรคแอนแทรกซ์มีระยะฟักตัวประมาณ 12 ชั่วโมง ถึง 7 วัน นับตั้งแต่มีการสัมผัสเชื้อ แต่หากติดต่อผ่านการสูดดมเชื้ออาจอยู่ได้ถึง 60 วัน ถึงอย่างนั้นยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่า โรคแอนแทรกซ์สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าการสัมผัสรอยโรคโดยตรงอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลบนผิวหนัง

วิธีการป้องกันโรคแอนแทรกซ์ 

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ป่วยและรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงการสัมผัสผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาทิ นมสดที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ของชำร่วยจากหนังสัตว์และขนสัตว์ หากสัมผัสแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการ สามารถไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับยาปฏิชีวนะได้

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขลักษณะและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสมอยังคงเป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสเนื้อสัตว์โดยตรง ขณะที่องค์ความรู้ด้านปศุสัตว์ก็สำคัญ โดยให้ความรู้แก่เกษตรกรในการสังเกตและกำจัดสัตว์ที่ตายอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ หากสัตว์ในการเลี้ยงดูตายอย่างปริศนาในเวลาไล่เลี่ยกัน ให้คิดไว้ก่อนว่าสัตว์เหล่านั้นอาจติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงการผ่าซากหรือสัมผัสโดยตรง

AUTHOR

ไม่ชอบคนข้างล่าง