ในภาพยนตร์เรื่อง Joker ปี 2019 เราได้เห็น วาคีน ฟีนิกซ์ ในบท “โจ๊กเกอร์” ถ่ายทอดอารมณ์ความเศร้าหมองเบื้องหลังตัวตลกที่มอบเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น แน่นอนว่าเราเห็นตัวละคร ริชาร์ด แกดด์ ในซีรีส์ Baby Reindeer ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเดี่ยวไมโครโฟนผู้สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม แท้จริงแล้วมีชีวิตอันขื่นขมและโหยหาการถูกยอมรับตลอดเวลา จนนำมาสู่การตั้งคำถามที่ว่า ภายใต้หน้ากากที่ฉาบชโลมไปด้วยรอยยิ้ม แท้จริงแล้วซุกซ่อนบาดแผลหรือความเจ็บปวดแบบไหนเอาไว้กันแน่ แล้วผู้คนรอบตัวเราที่ภายนอกดูเป็นคนตลก เฮฮา ชอบสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น ในใจลึก ๆ พวกเขารู้สึกอย่างไร
Sad Clown Paradox หรือ ตัวตลกที่น่าเศร้า เป็นคำใช้อธิบายลักษณะคนที่ดูสนุกสนานเฮฮา ร่าเริง แต่แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง กล่าวง่าย ๆ คือ ภายนอกเป็นโค้ชสร้างสีสันและความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง แต่ภายในเป็นผู้ประสบภัยที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า เหมือนตัวตลกตามคณะละครสัตว์ที่ออกมาเป่าลูกโป่ง แจกลูกอม ขายขนมสายไหม และสร้างเสียงหัวเราะให้กับเด็ก ๆ ในตอนกลางวัน แต่แอบเศร้าเคล้าน้ำตากับชีวิตอันขมขื่นในตอนกลางคืน โดยแนวคิดนี้มีที่มาจากหนังสือการทดลองจิตวิทยาเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว เกี่ยวกับการสำรวจชีวิตและบุคลิกภาพของนักแสดงตลกผู้มีชื่อเสียงหลายคน
ในหนังสือ Pretend the World Is Funny and Forever: A Psychological Analysis of Comedians, Clowns, and Actors คู่สามีภรรยานักจิตวิทยา Seymour และ Rhoda Fisher ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับบุคลิกภาพ แรงจูงใจ และความทรงจำในวัยเด็กของนักแสดงตลกมืออาชีพจำนวน 43 คน พบว่านักแสดงตลกส่วนใหญ่เติบโตมาจากครอบครัวที่มีปัญหาด้านการเงินและสังคม แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาส่วนใหญ่มักฉายแววความโดดเด่นในด้านความตลกเฮฮามาตั้งแต่เด็ก โดยการเป็นพวกชอบสร้างเสียงหัวเราะภายในชั้นเรียน ถึงแม้ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรมาก แต่ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พวกคนที่ภายนอกดูเหมือนเป็นคนตลกเฮฮา เบื้องหลังพวกเขาเติบโตมาในครอบครัวที่ยากลำบากและไม่สนุกอย่างที่คิด
ครั้งหนึ่งในงานวิจัยของ Samuel Janus ได้ศึกษาเกี่ยวกับระดับ IQ ระดับการศึกษา ภูมิหลังครอบครัว และบุคลิกภาพของนักแสดงตลกจำนวน 69 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของตนเอง พบว่านักแสดงตลกส่วนใหญ่มีระดับสติปัญญาที่ดี แต่มักถูกเข้าใจผิดจากคนรอบข้าง เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักมองว่าตัวตลกเท่ากับโง่ นอกจากนี้พวกเขายังมีความรู้สึกวิตกกังวลและกลัวที่จะไม่เป็นที่ยอมรับจากคนอื่น อีกทั้งยังมีชีวิตวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ความโดดเดี่ยว และรู้สึกไม่ถูกเติมเต็มมากพอ พวกเขาจึงเรียนรู้ที่จะใช้ “ความตลก” เพื่อปกปิด “ความวิตกกังวล” ภายในใจของตนเอง
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เราไม่รู้ว่าภายใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรอบข้างซุกซ่อนบาดแผลแบบไหนเอาไว้ บางทีพวกเขาอาจแกล้งอารมณ์ดีเพื่อกดทับความเสียใจภายในก็ได้ ดังนั้น หมั่นเช็กสภาพจิตใจและคอยแลกเปลี่ยนกับคนใกล้ตัวไว้เสมอ เพราะเราคงไม่อยากสูญเสียใครไป เพียงแค่คิดว่าเขา “ไหว” แต่ความจริงแล้วทุกอย่างมันหนักหน่วง
ที่มา
