อายุ 30 แล้วยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเองอีกเหรอ?
อายุ 30 แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอีกเหรอ?
อายุ 30 แล้วยังไม่แต่งงานอีกเหรอ?
อายุ 30 แล้วยังไม่มีลูกอีกเหรอ?
แล้วคนอายุ 30 ต้องเป็นยังไงเหรอ?
ความจริงแล้วชุดความคิดที่ว่า อายุเท่านี้ควรเป็นอย่างนั้น อายุเท่านั้นควรเป็นอย่างนี้ มันเหมือนกับมายาคติที่ฉาบคลุมสังคมเอาไว้ สนามการต่อสู้ที่คนรุ่นพ่อแม่แบกเป้มาล่าฝันในเมืองใหญ่เมื่อครั้งอดีตมันคนละสนามกับที่พวกเราทุกคนยืนอยู่ในตอนนี้ ที่เมื่อก่อนคนอายุ 30 มีบ้าน มีรถ แต่งงาน มีครอบครัวที่มั่นคงได้ไม่ยาก เป็นเพราะเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และค่านิยมในการดำเนินชีวิตแตกต่างจากตอนนี้มาก ดังนั้นการคาดหวังว่าคนวัยสามสิบในตอนนี้สมควรเป็นเหมือนคนวัยสามสิบเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว จึงเป็นสิ่งที่ดูไม่สมเหตุสมผลนัก
แต่ถึงอย่างนั้นคนอายุ 30 ปีขึ้นไปล้วนต้องเผชิญกับปัญหาความกดดันจากการทำงานที่เข้มข้นมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูงที่จืดจางลง และการต้องเริ่มแบกรับภาระหน้าที่ของครอบครัว ซึ่งเป็นปัญหาแบบ “ผู้ใหญ่” ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกดดัน และวิตกกังวลจากมายาคติข้างต้นและปัญหารุมเร้าต่าง ๆ ที่เริ่มใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยทางจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า “วิกฤตวัยกลางคน” หรือ Tri – Life Crisis
วิกฤตวัยกลางคน หรือ Tri – Life Crisis เป็นภาวะความเครียดและวิตกกังวลที่เชื่อมโยงกับทิศทางและคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ส่วนใหญ่พบในคนที่มีอายุระหว่าง 25 – 35 ปีที่ต้องเผชิญกับการแบกรับหน้าที่ที่ใหญ่และจริงจังมากขึ้น โดยนักจิตวิทยานามว่า Alex Fowke ให้คำจำกัดความ Tri – Life Crisis ไว้ว่า เป็นช่วงเวลาของความไม่มั่นคง สับสน และผิดหวังในหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ และเงินทอง เปรียบเสมือน “การก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง” หลังจากจบการศึกษาและต้องเริ่มดำเนินชีวิตด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้มีการนิยามว่ากลุ่มคน Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 28 – 44 ปี เป็นเจนเนอเรชันบูมเมอแรงหรือเจนเนอเรชันปีเตอร์แพนที่มีแนวโน้มต้องเติบโตด้วยการพึ่งพาพ่อแม่เป็นหลัก เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันผวน ค่าครองชีพที่สูงขึ้น หนี้ทางการศึกษา ปัญหาการหางานยาก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่คนรุ่นก่อน ๆ ไม่พบเจอ ส่งผลให้บรรลุความสำเร็จในชีวิตได้ยาก เติบโตช้า มั่นคงช้า และไม่เป็นอิสระ คนวัยกลางคนเหล่านี้จึงต้องแบกรับความเครียดและความเศร้าเอาไว้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกว่ารสชาติของการเป็นผู้ใหญ่นั้นขมปี๋ เพราะจากการสำรวจของเว็บไซต์ LinkedIn พบว่า คนที่มีอายุระหว่าง 25 – 33 ปีเคยเผชิญกับวิกฤตวัยกลางคนถึง 75% ซึ่งนั่นแปลว่าผู้คนทั่วโลกต่างรู้สึกว่าตนเองไม่เอาไหน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณและพวกเขาไม่ได้พยายาม ความผันแปรของโลกใบนี้ต่างหากที่กำลังกัดกินเรา ดังนั้นไม่จำเป็นต้องคาดคั้นหรือกดดันตัวเองขนาดนั้น ไม่ต้องเอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับใคร ขอแค่ทำทุกวันให้ดีที่สุดในแบบของเราก็พอ
