สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างกองกำลังทหารไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธมและตลอดพื้นที่ผามออีแดง โดยมีรายงานการใช้อาวุธหนักโจมตีกันหลายระลอก ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนหลายราย ก่อนที่ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะส่งหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเร่งด่วน
โดยภายในหนังสือระบุใจความสำคัญอยู่ 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ กล่าวอ้างว่าเหตุปะทะในครั้งนี้ไทยเป็นผู้เริ่มก่อน ต้องการปกป้องอธิปไตยของตนเอง อ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เรียกร้องให้ UNSC จัดประชุมด่วน เรียกร้องให้ไทยยุติการรุกราน และจะนำประเด็นพื้นที่พิพาททั้งสี่ขึ้นศาล ICJ ซึ่งหลังที่จากฮุนมาเนตส่งหนังสือถึง UNSC ก็มีรายงานว่า UNSC ได้เตรียมนัดประชุมฉุกเฉินแบบปิดประตูเพื่อหารือถึงสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว
วันนี้ SUM UP จึงอยากพามารู้จักกับ UNSC ให้มากขึ้น ไปจนถึงสรุปกระบวนการการยื่นหนังสือเพื่อแจ้งปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศนั้นเป็นอย่างไร และอาจเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ได้บ้าง
UNSC คืออะไร
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Security Council: UNSC เป็นหนึ่งในองค์กรของสหประชาชาติ ที่มีบทบาทในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ มีอำนาจในการตัดสินใจและกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 15 ประเทศ แบ่งเป็นสมาชิกถาวร (มีสิทธิโหวตยับยั้ง) 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ที่เหลืออีก 10 ประเทศเป็นสมาชิกแบบไม่ถาวร ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี
ขอบเขตหน้าที่ของ UNSC
ดังที่กล่าวไปข้างต้น หน้าที่หลักของ UNSC คือการรักษาสันติภาพและยับยั้งข้อพิพาทที่อาจนำไปสู่การก่อสงคราม โดยใช้การสอบสวนและพิจารณากรณีพิพาทระหว่างประเทศก่อนเสนอแนวทางการแก้ไข เช่น การเจรจา ไกล่เกลี่ย และประนีประนอม แต่หากสถานการณ์รุนแรง UNSC มีสิทธิกำหนดมาตรการรับมือกับสิ่งที่คาดว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพ อาทิ เสนอมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าประชิดพื้นที่
กระบวนการพิจารณาของ UNSC เป็นอย่างไร
การพิจารณาขึ้นอยู่กับการเห็นพ้องของบรรดาสมาชิก UNSC โดยเฉพาะจากประเทศสมาชิกถาวรที่มีสิทธิโหวตยับยั้ง ซึ่งขั้นแรก เมื่อบรรดาสมาชิกเห็นชอบว่าสถานการณ์ที่ถูกยื่นหนังสือมาเร่งด่วนและร้ายแรง UNSC จะเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือโดยเร็ว เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับกรณีพิพาทไทย-กัมพูชาตอนนี้ จากนั้นหากสมาชิกเห็นพ้องกัน แต่ไม่ต้องการออกมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อาจมีการออกแถลงการณ์แสดงความกังวล เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง หรือชักชวนให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ย
แต่หากมีการออกมติโดยได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 9 จาก 15 ประเทศ และไม่มีประเทศสมาชิกถาวรออกสิทธิโหวตยับยั้ง มติของ UNSC อาจแบ่งออกได้เป็น 5 ทาง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของข้อพิพาท ดังนี้
- เจรจาไกล่เกลี่ยให้มีการยุติการปะทะ
- ส่งคณะผู้แทนหรือผู้ไกล่เกลี่ยเข้าไปในพื้นที่
- จัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพ
- กำหนดมาตรการคว่ำบาตร
- อนุญาตให้ใช้กำลังทางทหาร
ในอดีต ประเทศกัมพูชาเคยถูกช่วยเหลือจาก UNSC มาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองเกี่ยวกับความขัดแย้งหลายฝ่ายภายในประเทศ ที่กินระยะเวลานานร่วมสิบปี ซึ่ง UNSC มีส่วนเข้ามาช่วยเหลือในการถอดถอนกำลังทหารเวียดนามและช่วยจัดตั้งรัฐบาล จนนำไปสู่การร่วมผลักดันให้มีการลงนามในความตกลงสันติภาพปารีส ในปี 1991
อย่างไรก็ตาม UNSC ได้มีการจัดตั้งการประชุมหารือเบื้องต้นแบบปิดลับ เพื่อพิจารณากรณีพิพาทไทย-กัมพูชาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในตอนนี้ โดยการประชุมจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ขอให้ UNSC จัดการประชุมเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้น คาดว่าจะเริ่มประชุมเวลา 02:00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 (ตามเวลาประเทศไทย)
ที่มา
