Instagram Story

เคยไหม เปิดอินสตาแกรมขึ้นมา เลื่อนดูหน้าฟีดไปได้สักพัก แล้วก็กดเข้ามาดูสตอรีตัวเอง เล่นต่อไปเรื่อย ๆ แวะดูสตอรีคนอื่นนิดหน่อย แล้วก็วนกลับมาดูสตอรีตัวเอง หรือนั่งดูคลิป Reels ตลก ๆ อยู่ดี ๆ อีกไม่กี่นาทีถัดมาก็กดกลับเข้ามาดูสตอรีตัวเองอีกแล้ว เป็นอยู่อย่างนั้นวนเวียนไปตลอดทั้งวัน ซึ่งทุกคนเคยสงสัยไหมว่า ไอ้พฤติกรรมที่เราหมกมุ่นอยู่กับการดูสตอรีที่เราลงไปในโลกโซเชียลมีเดียซ้ำ ๆ มันเกิดจากอะไร?

หลายคนอาจจะรีบคาดเดาและด่วนสรุปไปว่า พฤติกรรมเหล่านี้อาจะเข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า ‘โรคหลงตัวเอง’ (Narcissistic Personality Disorder) แต่ใจเย็น ๆ ก่อน เพราะ ดร.เอเลนา ทูโรนี นักจิตวิทยาที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง The Chelsea Psychology Clinic ได้อธิบายเอาไว้ว่า การที่เราเข้าไปดูสตอรีซ้ำ ๆ เพื่อรีเช็กว่ามันเป็นอย่างไร มีใครเข้ามาดูเราบ้าง ในแง่หนึ่งมันอาจทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงเข้ากับคนอื่น (คนที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับสตอรีของเรา) และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการต้องการการยอมรับ บวกเข้ากับความต้องการที่อยากจะสร้างภาพลักษณ์ให้คนอื่นมองเห็นเราในแบบที่เราอยากจะให้พวกเขาเห็น

ซึ่งการที่เราให้ความสำคัญมาก ๆ กับภาพลักษณ์มันก็มีที่มาที่ไปของมันอยู่ โดย ดร.เอเลนา อธิบายว่า โดยธรรมชาติมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เราจึงมีความต้องการที่อยากจะเชื่อมโยงกับผู้อื่นและอยากเป็นที่ยอมรับ ในอดีตการที่มนุษย์จะอยู่รอดได้จำเป็นต้องอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือชนเผ่า เพราะหากไม่กลมกลืนหรือเป็นส่วนหนึ่งก็อาจจะทำให้ไม่สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมความรู้สึกอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือสังคมมันจึงฝังรากหยั่งลึกอยู่ในมนุษย์

นอกจากนี้ การที่เรากลับเข้ามาดูสตอรีตัวเองซ้ำ ๆ อาจหมายความว่า “เราเป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ” (Low Self-Esteem) อธิบายง่าย ๆ ก็คือ พอเราเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำเราก็ต้องการการยอมรับจากภายนอก (External Validation) เพื่อที่จะได้รู้สึกมีคุณค่า ซึ่งไอ้แรงขับที่ทำให้เราอยากจะแบ่งปัน อยากจะเชื่อมโยง และอยากจะได้รับการยอมรับจากผู้คนรอบข้างเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ และไม่ได้ผิดแปลกอะไร แต่มันจะกลายเป็นเรื่องลบ ๆ ก็ต่อเมื่อตัวเราต้องพึ่งพาการยอมรับจากปัจจัยภายนอกเพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง เพราะการมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงนั้นควรมาจากตัวเราเสมอ

ทีนี้ ถ้าเราสังเกตตัวเองและพบว่าพฤติกรรมรีเช็กสตอรีตัวเองบ่อย ๆ ของเรามีจุดประสงค์เพื่อที่จะดูว่าใครมีปฏิกิริยาอะไรกับสตอรีนั้นบ้าง นั่นอาจเป็นสัญญาณกลาย ๆ ว่าเราอาจกำลังพยายามหาวิธีสร้างความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในรูปแบบอื่น ๆ และพฤติกรรมเหล่านั้นอาจส่งผลเสียกับสุขภาพจิตของเราได้ ซึ่ง ดร.เอเลนา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า หากเรามัวแต่หมกมุ่นกับการจัดการภาพลักษณ์เพื่อให้คนอื่นมองเห็นในแบบที่เราต้องการอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าเราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันจริง ๆ เสียที

ทั้งนี้นี่เป็นเพียง 2 เหตุผลที่พอจะอธิบายได้ว่า ทำไมคนเราชอบดูสตอรีตัวเองอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะชอบดูสตอรีด้วยเหตุผลเหล่านี้ บางคนอาจจะชอบดูซ้ำ ๆ เพราะรู้สึกดีที่เพลงกับภาพเข้ากันดีเหลือเกิน แต่ทั้งนี้แน่นอนว่าการจมอยู่กับโซเชียลมีเดียในเวลาหลายชั่วโมงไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้วในเบื้องต้น การกำหนดระยะเวลาการเล่นเพื่อไม่ให้เวลาเฉลี่ยที่เราอยู่กับหน้าจอมากจนเกินไปก็อาจจะพอจะช่วยได้ 

แต่หากเรามองลึกลงไปแล้วรู้สึกว่า โอเค พฤติกรรมที่เราชอบลงสตอรีหรือกลับเข้ามารีเช็กสตอรีเกิดขึ้นจากการต้องการการยอมรับจากผู้คนภายนอกจริง ๆ เราก็อาจเริ่มจากการปิดแจ้งเตือน และค่อย ๆ จัดการบัญชีที่เราติดตามให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านั้นส่งผลในทางบวก ช่วยทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง หรืออาจจะหันไปทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่น การนั่งสมาธิ การเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เป็นต้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ อย่าลืมใจดีกับตัวเองด้วยการโอบรับทุกอย่างที่เป็นเราและยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีข้อบกพร่อง เราเองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า การพึ่งพาการยอมรับว่าตัวเองจากคนอื่นว่ามีคุณค่าไม่แข็งแรงเท่ากับการที่เรามองเห็นและยอมรับว่าเราก็มีคุณค่าด้วยตัวของเราเอง

อ้างอิง