โรนัลโด vs เมสซี่

ผู้เขียนเชื่อว่า ใครก็ตามที่ได้เห็นหัวข้อนี้คงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า “สรุปแล้วใครดีกว่าใคร?” โดยเฉพาะแฟนบอลของสองยอดนักเตะแห่งยุคอย่าง ‘คริสเตียโน โรนัลโด 🇵🇹’ และ ‘ลิโอเนล เมสซี่ 🇦🇷’ ที่ทั้งคู่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันเสมอ ไม่ว่าจะในสนามหรือบนสื่อโซเชียลก็ตาม

แต่.. ใจเย็นกันก่อน เพราะบทความนี้ “ไม่ได้ต้องการมองว่าใครเก่งกว่าใคร หรือ ใครดีกว่าใคร” หากแต่ขอตั้งข้อสงสัยที่น่าสนใจว่า “ทำไมโรนัลโด้ถึงมีผู้ติดตามมากกว่าเมสซี่?” ทั้งที่เมสซี่มักถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล หรือ GOAT (Greatest Of All Time) และยังคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รวมถึงรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย

ในขณะที่โรนัลโด้ แม้จะยังไม่ได้แชมป์โลก แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในระดับสูงด้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์  และมีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลหรือในโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม

หลายคนจึงเปรียบเปรยกันว่า

  • “เมสซี่” คือตัวแทนของพรสวรรค์ 😇
  • “โรนัลโด้” คือตัวแทนของพรแสวง 😃

แล้วอะไรล่ะ!? คือคำตอบที่ว่า “ทำไมผู้คนถึง ‘อิน’ ในพรแสวงมากกว่า?” ประเด็นนี้ผู้เขียนอยากขอพาผู้อ่านทุกคนไป SUM UP และหาคำตอบผ่านมุมมองทาง ‘จิตวิทยา’ ของมนุษย์เพื่อไขข้อสงสัยที่หลายคนอาจไม่เคยได้นึกถึงมาก่อน

หลักฐานจากผู้ติดตาม

เมสซี่คว้าความสำเร็จจากกีฬาฟุตบอลมาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้เล่นของสโมสรตั้งแต่ บาร์เซโลน่า 🇪🇸 , ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 🇫🇷 และอินเตอร์ ไมอามี่ 🇺🇸 ผู้เล่นระดับชาติกับอาร์เจนติน่า 🇦🇷 และผลงานส่วนตัวอย่างการคว้าบัลลงดอร์ ทำให้เขาถูกยกย่องในฐานะผู้ประสบความสำเร็จของโลกลูกหนังอย่างไม่ต้องสงสัย

ในส่วนของโรนัลโด้นั้นถูกสบประมาทจากการที่เขายังไม่สามารถพาทีมชาติโปรตุเกส 🇵🇹 ไปคว้าความสำเร็จสูงสุดอย่างแชมป์ฟุตบอลโลกได้ ทำให้เขาถูกเทียบความสำเร็จเป็นรองจากเมสซี่ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวถูกนำไปเทียบเคียงกับเมสซี่อีกคือ “ตัวตนของผู้มีพรแสวงเหนือพรสวรรค์” 

ทั้งคู่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงอยู่ด้วยกัน เพียงแต่โรนัลโด้มักแสดงออกถึง “ความพยายามที่จะเป็นอันดับหนึ่ง” สะท้อนให้เห็นถึงพรแสวงในการผลักดันตัวเองอยู่ตลอดเวลา แตกต่างจากเมสซี่ที่อาจจะไม่ได้แสดงออกสิ่งนี้ชัดเจนเท่ากับโรนัลโด้มากนัก ด้วยบุคลิกและตัวตนของเขา แต่เขาเลือกใช้ความสามารถจากพรสวรรค์นำพาความสำเร็จมาได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นการแสดงออกที่ต่างกันของสองสุดยอดนักเตะที่ดีที่สุดแห่งยุค

แม้ว่าความสำเร็จของเมสซี่จะเกิดขึ้นในสนามหญ้า แต่โรนัลโด้กลับมีผู้ติดตามมากกว่าเมสซี่เห็นได้จากยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมถึง 661 ล้านคน โดยเป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในแพลตฟอร์มนี้ อีกทั้งโรนัลโด้ยังเคยเป็นกระแสเปิดตัวในยูทูบมีผู้ติดตามเร็วสุดถึง 10 ล้าน Subscribe ภายใน 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเขาในสื่อโซเชียล ทั้งที่เขาเป็นแค่นักฟุตบอลที่ถูกมองว่าประสบความสำเร็จไม่เท่าเมสซี่ เขาทำได้อย่างไร?

เหตุผลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อทำให้เข้าใจได้ด้วย ‘จิตวิทยามนุษย์’ เพราะตัวแปรสำคัญของประเด็นนี้คือเหตุผลที่ว่า “ทำไมคนถึงติดตามโรนัลโด้มากกว่าเมสซี่?” หากนำตัวแปรของสองยอดนักเตะมามองในมุมของภาพลักษณ์อย่างพรสวรรค์และพรแสวงที่กล่าวมา จะทำให้เราเข้าใจในมุมมองของผู้ติดตามได้ถึงเหตุผลของประเด็นนี้

5 เหตุผลทางจิตวิทยามนุษย์

มีจิตวิทยาของมนุษย์ถึง 5 แนวคิดที่สามารถนำมาอธิบายในประเด็นนี้ได้อย่างน่าสนใจ ทำให้รู้ได้ว่าตัวตนของโรนัลโด้สามารถเอาชนะใจผู้ติดตามได้เหนือกว่าเมสซี่ มีดังนี้

  • ‘Effort Justification’ เป็นอิทธิพลทางความคิดว่า “ยิ่งพยายามมาก ยิ่งเกิดคุณค่าได้มากกว่า” มาจากทฤษฎี ‘Cognitive Dissonance’ ของ ‘ลีออน เฟสติงเงอร์ 🇺🇸’ ที่ได้ศึกษาแล้วพบว่า “มนุษย์ไม่ชอบความรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง” ตัวอย่างเช่น พยายามทำบางอย่างแต่ผลลัพธ์กลับยังล้มเหลวเกิดเป็นมุมมองที่มันขัดแย้ง เมื่อตกอยู่ในสภาวะนี้จาก ‘ความอึดอัดในใจ (dissonance)’ สมองจึงสร้างอิทธิพลทางความคิดเพื่อแก้ไขว่า “สิ่งที่ทำมันมีคุณค่านะ” จึงทำให้เกิดความคิดในการให้คุณค่ากับ ‘ความพยายาม’ โดยเกิดขึ้นจากแนวคิดนี้ ทำให้ความพยายามจากพรแสวงได้รับอิทธิพลทางความคิดจากสิ่งนี้
  • ‘Relatability / Identification Theory’ เป็นสิ่งที่สะท้อน ‘การเข้าถึงได้’ และ ‘สามารถเป็นสิ่งนั้นได้’ แน่นอนว่าความเก่งของโรนัลโด้และเมสซี่มันยากที่จะเข้าถึงพวกเขาได้ แต่ ‘การเข้าใจเชิงลึก’ และ ‘การเล่น’ ฟุตบอลของเมสซี่เลียนแบบได้ยาก เห็นได้จากสัมภาษณ์ของนักเตะชื่อดังที่กล่าวว่า ความสามารถของเขาอยู่เหนือกว่าที่ใครจะเข้าถึงได้ ในขณะที่โรนัลโด้กลับใช้เรื่องที่เข้าถึงได้อย่างเช่น ‘วินัย’ หรือ ‘การใช้ชีวิต’ เขาทำสิ่งนี้อย่างสม่ำเสมอและไม่ได้เอ่ยห้ามไม่ให้ใครทำตาม ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้กับชีวิตของตัวเอง ทำให้การเข้าถึงโรนัลโด้มีมากกว่า แม้จะไม่ได้อยู่ร่วมกับเขา แต่ก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งจากการกระทำของเขาไปโดยไม่รู้ตัว
  • Parasocial Relationship‘ หรือความสัมพันธ์ในเชิง ‘สนิทกัน’ แม้ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว โดยสิ่งที่สามารถนำมาใช้อธิบายในเรื่องนี้มีปัจจัยหลักคือ ‘ไลฟ์สไตล์’ จะเห็นได้ว่าเมสซี่มักอยู่สงบ มีความเป็นส่วนตัว และมีภาพลักษณ์ในสนามของความสำเร็จ ต่างจากโรนัลโด้ที่มักเคลื่อนไหววิถีชีวิตผ่านโซเชียล หรือกลายเป็นกระแสให้สื่อจับตามองเขา ไม่ว่าจะเป็นในสนามหรือนอกสนาม โรนัลโด้สามารถใช้สิ่งเหล่านี้สร้างความผูกพันกับผู้ติดตามได้มากกว่านั่นเอง
  • ‘Hero Archetype’ แนวคิดที่มีคำว่า ‘Hero’ เชื่อมโยงมาจากแนวคิดของ ‘คาร์ล ยุง 🇨🇭’ แสดงถึง “แรงผลักในจิตใต้สำนึกมนุษย์” ผ่านบุคคลที่เริ่มจากชีวิตธรรมดา สู้จนพิชิตอุปสรรค และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ซึ่งเรื่องราวของนักฟุตบอลก็คล้ายคลึงกับแนวคิดนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เล่าเรื่องราวชีวิตได้อย่างสวยงาม โดยจากแนวคิดนี้ทั้งเมสซี่และโรนัลโด้มีเรื่องราวต่างกัน เมสซี่เป็นเรื่องราวของการก้าวข้ามอุปสรรคทางกายด้วยพรสวรรค์ แล้วนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่เหมือนกับโรนัลโด้ที่ผลักดันชีวิตให้หลุดพ้นจากความลำบาก จนสามารถนำพาครอบครัวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ในมุมมองเหล่านี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่านทุกคน แต่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เรื่องราวของโรนัลโด้อาจสะท้อนความลำบากในชีวิตมากกว่าเมสซี่ ทำให้คนอินกับเรื่องราวของเขาจากสาเหตุนี้ได้
  • Star Attraction & Personal Branding‘ อย่างที่รู้กันว่า เมสซี่คือผู้ชนะในฟุตบอล เขาคือคนที่ถูกยอมรับในความสามารถทางฟุตบอล แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดของการติดตามส่วนบุคคล ซึ่งโรนัลโด้ได้สร้างเสน่ห์ของการเป็นบุคคลสาธารณะได้ดีกว่า ทำให้เขาได้เปรียบและถูกพูดถึงมากกว่าเมสซี่ สิ่งนี้จะไม่นับว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือแย่ เพราะมันคือแรงดึงดูดที่ทำให้ผู้คนพูดถึงตัวตนของเขามากกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเหตุผลและมุมมองหนึ่งทางจิตวิทยาของมนุษย์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกศึกษาแล้ว ถึงสามารถนำมาใช้พิจารณาถึงเหตุผลที่แท้จริงของแนวคิดผู้ติดตามได้ แม้ว่าเมสซี่จะถูกยกย่องว่าเก่งและสำเร็จกว่า แต่อาจไม่จำเป็นว่าคนจะสนใจได้เท่ากับคนที่สร้างตัวตนมาจากความพยายามได้ชัดเจนกว่า ขอย้ำอีกครั้ง เนื้อหานี้ไม่ได้บอกว่าโรนัลโด้ดีกว่าเมสซี่ หรือด้อยค่าว่าใครแย่กว่าใคร ผู้เขียนแค่อยากนำเสนอถึงเหตุผลที่แท้จริงของประเด็นดังกล่าว

สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ คุณไม่ได้ด้อยกว่าคนที่เก่งด้วยพรสวรรค์ หากยังคงมีพรแสวงเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ ขอให้คุณยังคงพยายามอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอ อย่างน้อยในวันที่คุณไปถึงความสำเร็จได้แล้ว คุณอาจเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับผู้คนได้  และไม่ว่าจะเก่งด้วยสิ่งใดก็ตาม “ความพยายามย่อมเกิดคุณค่าตามมาเสมอ” 

อ้างอิง