เพราะความโกรธชั่ววูบอาจทำให้เกิดความบาดหมาง เพราะความไม่เข้าใจกันอาจส่งผลเป็นความไม่ลงรอยกัน และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่อยากเจอกับใครอีกคนไปชั่วชีวิตเลยก็ได้ ลำพังถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดระหว่างคนธรรมดาทั่วไปอย่างเรา ก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจในองค์รวมสังคมขนาดนั้น แต่จู่ ๆ ผู้คนในแวดวงผู้มีชื่อเสียงที่เคยไม่ลงรอยกันหลายกลุ่มก็กลับมาดีกันในปีนี้อย่างไม่ได้นัดหมาย
เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้คนได้เห็นภาพการรวมตัวอีกครั้งที่คิดว่าอาจจะไม่ได้เห็นอีกอย่าง ‘แด๊กซ์-เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด’ อดีตนักร้องนำ และสมาชิกวง ‘Big Ass’ ในปัจจุบันกลับมารวมกันอีกครั้ง หลังจากการแยกทางเมื่อปี 2555 หรือการได้เห็น ‘บอย Lomosonic’ กลับมาร่วมถ่ายทำคลิปวิดีโอการคืนสู่เหย้าค่ายเพลง ‘Smallroom’ ซึ่งเป็นการพบกันอีกครั้งในรอบหลายปีของเขากับ ‘รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์’ เจ้าของค่ายที่วงเคยสังกัด ก่อนวงจะหมดสัญญาแล้วออกมาเติบโตกับค่ายใหญ่ อีกทั้งยังมีการกลับมาพบกันของ บอย-พีธ Peacemaker / เต๋า-กวินท์ อดีตศิลปินกลุ่ม 3.2.1 และอีกมาก ที่การพบกันอีกครั้งของพวกเขาทำให้แฟน ๆ มีความสุขกันไม่น้อยเลย
แน่นอนว่าความบาดหมางเหล่านี้เกิดขึ้นในอดีต แต่ก็ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานแบบเส้นขนาน เพราะไม่มีใครกล้าคุยกับใคร จนสุดท้ายวินาทีแห่งมิตรภาพเหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้เพียงเพราะการทักทายกันอีกครั้งในวันนี้ และดูเหมือนว่าแม้จะไม่มีการเชื่อมโยงอะไรต่อกัน แต่ ‘เวลา’ น่าจะเป็นกาวใจที่ดีที่สุด สำหรับการฟื้นคืนมิตรภาพของคนที่เคยบาดหมางกันได้เป็นอย่างดีเลย อะไรคือเหตุผลของการที่เวลาผ่านพ้นไป หัวใจเราที่เคยโกรธก็หายโกรธกันได้ SUM UP เล่าให้อ่านกัน
“เวลาเยียวยาทุกสิ่ง” หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำนี้ และคำนี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลของการคืนดีกันด้วยความบาดหมางของผู้คนในย่อหน้าก่อน ๆ นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความเศร้าและความเจ็บปวดมักจะลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะ ‘อารมณ์’ ของมนุษย์นั้นมีความไม่แน่นอนสูง และอารมณ์ต่าง ๆ ก็จะรู้สึกเป็นพิเศษเมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นในช่วงเวลานั้น จนสิ่งนั้นกลายเป็นสารตั้งต้นของการกระทำและคำพูดทุกอย่าง ที่จะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบโต้กลับไปยังผู้กระทำ กลับกัน หลังจากอารมณ์ดังกล่าวลดลง เราอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นตรง ๆ แล้ว เพียงแต่ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น จะเป็นผู้ทำหน้าที่กลับคืนความรู้สึกนึกคิด หรือแม้กระทั่งอารมณ์กลับมาทำงานกับเราอีกครั้งก็ได้
ขณะเดียวกันบางครั้งการเยียวยาตัวเองด้วยการปล่อยให้เวลาผ่านไป และก้มหน้าก้มตาทำอย่างอื่นแทนก็ดูจะเป็นวิธีการเยียวยาที่ชวนห่อเหี่ยวไปหน่อย เพราะเราแทบไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรกับการแก้ไขใด ๆ แต่เป็นการปล่อยให้มันจางไปเอง ซึ่งการเยียวยาทางอารมณ์ด้วยเวลาอาจจะเป็นทางออกสุดท้ายก็ได้จากความบาดหมาง และทางออกแรก ๆ ที่ดีที่สุดก็คือการยอมรับและการเข้าใจเหตุการณ์ และเข้าไปแก้ไขมันด้วยตัวเองแต่แรก เผชิญหน้ากับอารมณ์ เหตุการณ์ หรือผู้คนไปเลยให้ความรู้สึกนั้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง หรืออาจจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อน คนใกล้ชิด เพื่อขอคำแนะนำบางอย่างให้เกิดการเยียวยาตัวเองที่เหมาะสม หรือไม่ก็อาจจะเริ่มไตร่ตรองตัวเองดูบ้าง ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกบาดหมางเหล่านั้นระหว่างเรากับอีกฝ่ายหรือเปล่า ซึ่งการไตร่ตรองเหล่านี้ก็จะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าเป็นคนอย่างไร และทำสิ่งใดลงไป หรือหากเราไม่ได้เป็นผู้กระทำสิ่งนั้นโดยตรง แต่มีผู้อื่นเป็นผู้กระทำแทน เราก็อาจจะปล่อยวาง ให้อภัย ความโกรธแค้นเหล่านั้นก็อาจจะหายไป
ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะจริงที่เวลาจะเยียวยาความรู้สึกบาดหมางบางอย่างในใจได้ แต่บางความรู้สึกที่ซับซ้อนมากกว่านั้น และอาจจะไม่ใช่บาดแผลถลอกในความรู้สึก แต่เป็นแผลฉกรรจ์ที่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ในจิตใจ อย่างบาดแผลทางความรู้สึกจากการสูญเสีย บาดแผลทางความรู้สึกจากการถูกทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ส่งผลกระทบมาก บางครั้งเวลาก็อาจจะเยียวยาไม่ได้ทั้งหมด แต่อาจจะต้องอาศัยความกล้าหาญที่จะยอมรับความรู้สึกเหล่านั้น และลองใช้วิธีอื่น ๆ ในการทลายความรู้สึกเหล่านี้ลงไปพร้อมกันด้วย อาทิ การเขียนบันทึกประจำวัน การบำบัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งการพูดคุยหรือใช้ศิลปะ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างความคิดเชิงลบ เพื่อให้เราสามารถฟื้นตัวตนและความรู้สึกแห่งความมั่นคงได้อีกครั้งในท้ายที่สุด
ที่มา
- https://www.verywellmind.com/time-heals-all-wounds-is-there-any-truth-to-this-5189911
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/common-sense-science/202502/does-time-heal-all-wounds
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/meditation-for-modern-life/202407/does-time-really-heal-all-wounds-unveiling-the-truth-0
