ผ่านไปแล้ว 2 ซีซัน สำหรับ Windbreaker การ์ตูนญี่ปุ่นแนววัยรุ่นต่อสู้กัน ที่ล่าสุดได้รับความนิยมจนถูกนำมาดัดแปลงเป็นแอนิเมชันและภาพยนตร์ฉบับคนแสดง โดยกำลังเตรียมเข้าฉายภายในปีนี้ ซึ่งเรื่องราว ‘นักเลงวัยรุ่นญี่ปุ่น’ ยังคงเป็นแนวการ์ตูนมังงะที่ได้รับความนิยมมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น จอมเกบลูส์ หรือ เรียกเขาว่าอีกา มังงะนักเลงขึ้นหิ้งตลอดกาล หรือซีรีส์โทรทัศน์ ลูกผู้ชายเลือดเดือดแดนอาทิตย์อุทัย อย่าง High & Low ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นไทยที่นิยมการต่อสู้แบบลูกผู้ชาย ไปจนถึงมังงะนักเลงข้ามเวลาชื่อดังที่เพิ่งจบไปไม่กี่ปีก่อนอย่าง โตเกียวรีเวนเจอร์
วันนี้ SUM UP จะพามาทำความรู้จักเรื่องราวของ ‘แยงกี้’ นักเลงวัยรุ่นญี่ปุ่นชื่อฝรั่ง ต้นแบบของการ์ตูนแก๊งวัยรุ่นชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง รวมถึง ‘นักเลงลม’ แห่งโรงเรียนโบฟูรินด้วย
แยงกี้ (Yankee) เป็นคำสแลงภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา ที่มาของคำนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ระบุว่า คำนี้มาจากคำว่า John ในภาษาดัตช์ (Jan , Janke) ซึ่งทหารอังกฤษในปี ค.ศ. 1775 ใช้คำนี้ล้อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นิวอิงแลนด์ (พื้นที่หนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา) ที่มีชาวดัตช์อพยพมาอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกทฤษฎีที่เชื่อว่า คำนี้จริง ๆ แล้วมาจากภาษาของชนพื้นเมืองอเมริกันที่หมายถึง คนขี้ขลาด หรือชื่อของชนเผ่าหนึ่งที่ต่อสู้กับคนผิวขาวอีกด้วย
คำว่าแยงกี้แพร่หลายมากขึ้น เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองอเมริการะหว่างปี ค.ศ. 1861 – 1865 โดยกองกำลังฝ่ายสมาพันธรัฐฯ หรือฝ่ายใต้ที่แยกตัวออกมาจากสหรัฐอเมริกา ได้เรียกชาวอเมริกันที่อยู่ฝ่ายเหนือว่า แยงกี้ ขณะที่ฝ่ายเหนือก็มีคำสแลงที่ใช้เรียกฝ่ายใต้เช่นกัน คือ ดิ๊กซี่ ทำให้ปัจจุบัน คำว่าแยงกี้ถูกนำมาใช้เรียกชาวอเมริกันในรัฐทางตอนเหนือ ก่อนจะแพร่หลายไปยังต่างประเทศ และกลายเป็นศัพท์สแลงที่ชาวต่างชาติเรียกคนอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นชื่อของทีมเบสบอลชื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง ‘นิวยอร์กแยงกี้ส์’ เป็นต้น
กระทั่งช่วงทศวรรษ 1960 แยงกี้กลายเป็นชื่อเรียกของแก๊งนักเลงวัยรุ่นในญี่ปุ่น โดยมีที่มาจากย่าน America – Mura ย่านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นนำเข้าจากอเมริกาในเมืองโอซาก้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อฮาวาย กางเกงยีน หมวก รองเท้า ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นในสมัยนั้น โดยเอกลักษณ์ของกลุ่มนักเลงวัยรุ่นญี่ปุ่นยุคนี้ย่อมหนีไม่พ้นการสวมกางเกงขาโต เสื้อฮาวาย เสื้อคลุมยาว ๆ ที่ปักสโลแกนหรือโลโก้ของแก๊ง รวมไปถึงทรงผมรีเจนท์แบบราชาร็อกแอนด์โรลผู้ล่วงลับ อย่าง เอลวิส เพรสลีย์ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเรียกนักเลงกลุ่มนี้ว่าแยงกี้ จากการแต่งตัวและแฟชั่นสไตล์อเมริกันที่พวกเขาสวมใส่นั่นเอง
ท่ามกลางความสูญเสียจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามมาด้วยการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังสงคราม ไปจนถึงกระแสการแสวงหาอิสรเสรีภาพของวัยรุ่นทั่วโลกในช่วงสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ได้หล่อหลอมให้วัยรุ่นญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งออกมาขบถต่อสังคม และต่อต้านผู้ใหญ่ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรมย่อยในกลุ่มของตัวเอง ทั้งแฟชั่น การแต่งตัว ความนิยมในการ์ตูนแนวต่อสู้ อาวุธ การแต่งรถ ค่านิยมแบบลูกผู้ชาย นำไปสู่การเกิดขึ้นของแก๊งนักเลงแดนอาทิตย์อุทัยที่หลายคนรู้จักกันดีนั่นเอง ซึ่งกิจวัตรประจำวันของแยงกี้ย่อมหนีไม่พ้นการรวมกลุ่มกันเป็นอันธพาล เน้นการต่อสู้ด้วยหมัดและกำปั้นแบบลูกผู้ชาย คอยหาเรื่องชกต่อยตีกับคนอื่นหรือแก๊งตรงข้าม
แยงกี้เคยรุ่งเรืองที่สุดในทศวรรษ 1960 – 1970 โดยแก๊งวัยรุ่นนักเลงที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นอย่าง Black Emperors มีวัยรุ่นเลือดร้อนเข้าร่วมเป็นสมาชิกมากถึง 2,000 คน ก่อนจะค่อย ๆ หายไปหลังญี่ปุ่นเศรษฐกิจเฟื่องฟูในทศวรรษ 1980 ทำให้ค่านิยมและเทรนด์วัยรุ่นญี่ปุ่นยุคนั้นเปลี่ยนไป พวกเขาหันมาสนใจการเรียนเพื่อที่จะได้ทำงานที่ดีและมั่นคงมากขึ้น ขณะที่การรวมกลุ่มชกต่อยกันกลายเป็นเรื่องที่เชยและไม่ทันสมัย จนกระทั่งเศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาฟองสบู่แตกในทศวรรษ 1990 ประกอบกับการมาของการ์ตูนดังอย่าง Crows หรือ เรียกเขาว่าอีกา ทำให้กลุ่มแยงกี้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ขณะที่แฟชั่นของพวกเขาก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากเสื้อคลุมและทรงผมรีเจนท์ ก็เปลี่ยนมาเป็นกางเกงยีนทรงกระบอกเลียนแบบดาราดัง โอซากิ ยูกาตะ, เสื้อแจ็คเกตสุกะจัง หรือเสื้อแจ็คเกตที่ใส่ลวดลายมังกร หรือเอกลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น หรือแม้แต่แฟชั่นสไตล์ฮิปฮอปตามยุคสมัยก็กลายเป็นอีกแฟชั่นที่นักเลงกลุ่มนี้นิยมใส่
ปัจจุบัน กลุ่มแยงกี้ยังคงมีอยู่ โดยในโตเกียวพวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘ทีมเมอร์’ แทนคำว่าแยงกี้ และแก๊ง เนื่องจากพวกเขามองคำว่าแยงกี้นั้นดูล้าสมัยไป แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขายังคงเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน คือ แฟชั่นเสื้อแจ็คเกตสุกะจังอันโดดเด่น รวมไปถึงการทำทรงผมแรง ๆ สีผมฉูดฉาด จนกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่คนทั่วไปสามารถแยกแยะแยงกี้กับวัยรุ่นธรรมดาได้ ขณะที่เรื่องราวของแยงกี้ได้ถูกนำมาพูดถึงผ่านการ์ตูนแนววัยรุ่นต่อสู้หลาย ๆ เรื่อง รวมไปถึงในภาพยนตร์และซีรีส์โทรทัศน์ดังที่กล่าวไปข้างต้น
แม้แต่กลุ่มไอดอลหญิงขวัญใจมหาชนเบอร์ต้น ๆ ของญี่ปุ่นอย่าง AKB48 ก็เคยหยิบเอาเรื่องราวของนักเลงหญิงในกลุ่มแยงกี้มาทำเป็นซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง ‘Majisuka Gakuen’ มาแล้ว ขณะเดียวกันสไตล์การแต่งตัวของแยงกี้ยังถูกต่อยอดมาเป็นแฟชั่นในสังคมญี่ปุ่น อย่าง เสื้อแจ็กเกตสุกะจัง ที่นอกจากจะได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นคอสเพลย์การ์ตูนและแฟชั่นญี่ปุ่นแล้ว แบรนด์ดัง ๆ อย่าง Gucci, Louis Vuitton, Valentino และ Saint Laurent ก็ยังหยิบเอาเสื้อแจ็กเกตสุกะจังไปประยุกต์อีกด้วย
ที่มา
- https://education.nationalgeographic.org/resource/yankee/
- https://www.britannica.com/topic/Yankee-nickname
- https://www.blockdit.com/posts/66a37ce3008e733caccd8fa4
- https://www.newszociety.com/bookmark/31779/
- https://www.unlockmen.com/nihon-stories-a-japan-yankee-story/
- https://daisukijdramaplus.com/blogs/yankee-movies-jp/
- https://www.kartoon-discovery.com/topic/yankee_manga.php
- https://www.phoenixnext.com/guild/windbreaker_intro
- https://www.superdry.th/มาทำความรู้จักกับ-sukajan-jacket-เสื/
