ปัญหาเด็กและเยาวชนในญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 มีรายงานการว่า พบเห็นหญิงชรานอนหมดสติอยู่บนถนนย่านวาคาบะ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณลำตัวและศีรษะ ผู้พบเห็นรีบแจ้งตำรวจและนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล ทว่าหญิงชราเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์เปิดเผยว่าเธอถูกแทงเข้าที่บริเวณด้านหลังด้วยของมีคม ซึ่งนั่นเท่ากับว่าหญิงชราผู้นี้ไม่ได้หกล้มหมดสติจนได้รับบาดเจ็บ แต่ถูกฆาตกรรมจากผู้ไม่ประสงค์ดี

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อจริงและข้อมูลของหญิงชรารายดังกล่าว จากการที่ญาติของเธอเข้าแจ้งความตามหาคนหาย คุณยายคนนี้มีชื่อว่า ยาโยอิ ทาคาฮาชิ อายุ 84 ปี เป็นชาวบ้านในละแวกนั้น โดยในวันเกิดเหตุเธอเดินห่างออกจากตัวบ้านไปไม่ไกล แต่กลับต้องพบกับเหตุน่าสลดใจที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมื่อทราบตำแหน่งที่ชัด ตำรวจจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง ทำให้ได้พบกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งเป็นเด็กชายวัยเพียง 15 ปี 

ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เด็กชายวัย 15 ปียอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุแทงหญิงชราจริง โดยในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 17:10 น. เขาเห็นหญิงชราเดินอยู่คนเดียวบริเวณริมถนน ซึ่งเขายืนยันว่าไม่เคยรู้จักหญิงชราคนนี้มาก่อน แต่ด้วยความที่เขาจงใจเลือกเหยื่อที่อ่อนแอกว่าตนเองเพื่อที่จะสามารถก่อเหตุได้ง่าย ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินตามเธอไปและทำร้ายหญิงชราคนดังกล่าว

เมื่อถามถึงแรงจูงใจในการกระทำ เด็กชายตอบกลับว่า เขาเพียงแค่อยากฆ่าใครสักคนเท่านั้น เพื่อที่จะทำให้เขาเข้าไปอยู่ในสถานพินิจและไม่ต้องมาพบเจอกับครอบครัวอีก เนื่องจากเขารู้สึกว่าสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ตนเองอาศัยอยู่มีความซับซ้อนและไม่น่าพอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของปู่ที่บอกว่า เด็กชายวัย 15 เป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มักมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และมีรายงานถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้เขายังเคยหนีออกจากบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย 

ผู้สูงอายุรายหนึ่งที่อยู่ในละแวกพื้นที่เกิดเหตุเปิดเผยกับนักข่าวว่า เธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผู้เสียชีวิต และคงจะเสียชีวิตไม่ต่างกันหากถูกทำร้ายจากทางด้านหลังเช่นนี้ ก่อนที่จะกล่าวเสริมว่าปกติแล้วที่นี่เป็นชุมชนที่เงียบสงบและปลอดภัย เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 30 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดกรณีแบบนี้มาก่อน นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุเศร้าสลดในลักษณะนี้ 

อีกทั้งยังมีรายงานว่า เด็กประถมจำนวนหลายคนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุหยุดเรียนติดต่อกัน เนื่องจากผู้ปกครองเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกหลานและยังรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยผู้ปกครองท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า จากนี้คงต้องฝึกทักษะการเอาตัวรอดและป้องกันตัว จากการถูกคุกคามในที่สาธารณะให้กับเด็ก ๆ มากขึ้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

หลายคนอาจมองว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นเมืองที่สะอาด เรียบร้อย และสงบสุข ด้วยวิธีการแก้ไขปัญหาแบบมืออาชีพ ทว่าสัญญาณความด่างพร้อยเกี่ยวกับปัญหาในเด็กและเยาวชนนั้นมีให้พบเห็นอยู่เรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของ UNICEF ที่เผยแพร่ในปี 2020 ซึ่งเปรียบเทียบระดับความสุขของเด็ก ๆ จาก 38 ประเทศทั่วโลกพบว่า ประชากรเยาวชนญี่ปุ่นมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นอันดับ 1 แต่สุขภาพจิตย่ำแย่เป็นอันดับที่ 37 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อัตราการฆ่าตัวตายในคนหนุ่มสาวจากประเทศญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นทุกปี โดยผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 40% รู้สึกไม่พึงพอใจในชีวิตของตนเอง ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่มาจากการถูกบีบคั้นจากสังคมรอบข้างและครอบครัว ที่มักจริงจังกับการแข่งขันด้านการเรียนและจัดแจงชีวิตเด็กจนมากเกินไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านจิตใจที่ย่ำแย่ของเยาวชน 

การกระทำของเด็กชายวัย 15 ปีจึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนความผิดปกติของเยาวชนในญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญกับปัญหาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ และนำมาสู่การก่ออาชญากรรมรุนแรง ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ญี่ปุ่นอาจจะเผชิญในอนาคต หากยังคงใช้บรรทัดฐานและคติเดิม ๆ ในการดูแลบุตรหลานในสังคม นี่ยังไม่นับรวมความรุนแรงในแง่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่เรายังไม่รู้อีกด้วย

ที่มา

AUTHOR

ไม่ชอบคนข้างล่าง